หลองข้าวสะเมิง | ที่พักบรรยากาศดี จ.เชียงใหม่

ที่พักสวย บรรยากาศดี และ ไม่ไกลเมืองเชียงใหม่

น่าจะเป็นคำบรรยายให้กับที่พักที่เรากำลังจะไปได้ครบถ้วน

ทริปนี้เป็นทริปที่เราเดินทางไปเชียงใหม่ และ ตะลอนพักที่พักที่อยากไปไปเรื่อยๆ และหนึ่งในนั้นคือที่นี่ “หลองข้าวสะเมิง” ที่พักน่ารักที่ตั้งอยู่ในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

หลองข้าว สะเมิง รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ใน สะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในทำเลกลางใจเมืองสะเมิง เราใช้ระยะเวลาในการขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ตัวรีสอร์ทมีความเป็นส่วนตัวมาก ห้องพักแต่ละห้องจะแยกเป็นบ้านแต่ละหลังในทำเลที่ต่างกัน มุมถ่ายรูปสวยมาก โดยไร่จะเปลี่ยนการปลูกพืชแตกต่างไปแต่ละฤดูกาลที่เราไปเยือน

บ้านหลองข้าว คือบ้านพักของเราในทริปนี้ ตัวบ้านหลองข้าวจะเป็นบ้านใต้ถุนสูง ภายในจะเป็นเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ มีห้องน้ำในตัว ด้านล่างมีพื้นที่นั่งเล่น และที่ชอบสุดก็น่าจะเป็นวิวจากหน้าต่างที่ทำให้เราสามารถมองเห็นวิวภูเขาที่อยู่ใกล้ๆได้เต็มตา

บรรยากาศที่นี่สวยมากเลยค่ะ เรามาช่วงเดือนมกราคม ภายในพื้นที่ไร่ของที่พักกำลังจะเริ่มเพาะปลูกดอกไม้อีกครั้ง ช่วงที่เรามามีสีเขียวหน่อยๆ สดชื่นดีค่ะ

เช้าวันที่สองของการพักที่นี่ ตื่นเช้ามาได้เจอหมอก บรรยากาศดีมากเลยค่ะ

อิ่มกับวิวแล้ว ก็มาอิ่มกับอาหารเช้ากันต่อ อาหารเช้าที่นี่จะเป็นชุดข้าวต้ม ขนมปังปิ้ง กาแฟ และ ผลไม้

หลองข้าว สะเมิง ไม่ได้มีที่พักแค่บ้านหลองข้าว จริงๆที่นี่มีบ้านพักหลากหลายรูปแบบ เราสามารถเลือกได้ตามทำเลที่ชอบเลยค่ะ (ถ้ามีวันว่างนะ) ที่สำคัญคือเราว่าทุกหลังสวยมากเลยล่ะ

หากใครกำลังมองหารีสอร์ทที่เดินทางไม่ไกลนักจากเมืองเชียงใหม่ ได้สูดอากาศดีๆให้เต็มปอด และที่สำคัญเลยเป็นรีสอร์ทที่มุมถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ

หลองข้าว สะเมิง

Address : 241, ตำบล สะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง เชียงใหม่ 50250

Tel :  089 504 8108

FB : https://www.facebook.com/LhongkhaoSamoengByChiVilla

Line : @lhongkhao_samoeng

(miNi review) : Hotel Noir | ที่พักดีไซน์สวยย่านนิมมาน เชียงใหม่

ทริปเที่ยวของเรา หากได้พักที่พักสวยก็จะถือว่าทริปนั้นสำเร็จไปครึ่งนึงแล้ว

ทริปนี้เราจองที่พัก Hotel Nori เพราะว่ารูปส่วนกลางที่สวย และก็พึ่งมารู้ว่าที่พักอยู่ในนิมมานซอย 5 ใจกลางเมืองเลย ที่พักมีที่จอดรถด้านหน้า 3-4 คัน เราได้ห้องอยู่ชั้น 2 ที่นี่ไม่มีลิฟต์นะคะ คนที่มีกระเป๋าใบหญ่มากๆอาจจะไม่เหมาะกับที่นี่

ห้องที่เราพัก เป็นห้องเตียงขนาดคิงไซส์ คือใหญ่มาก เรากับเพื่อนนอนด้วยกัน ไม่รู้สึกอัดอึดเลย ห้องน้ำกว้าง พื้นที่ในห้องกว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ถือว่าดีมากเลยค่ะ

ที่นี่มีห้อง working room ให้เราได้นั่งทำงานได้ตลอดทั้งวัน และยังมี Snack room มีขนมให้ทานได้ตลอด 24 ชม.

เราชอบมากก็คงเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง ที่ให้บรรยากาศแบบโล่ง สบาย และที่สำคัญคือถ่ายรูปสวยด้วยนะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักในเมืองเชียงใหม่ ต้องการที่ทำเลดี พักสบาย พนักงานบริการดี และมีมุมถ่ายรูปได้

เราแนะนำที่นี่เลย Hotel Noir

Hotel Noir

Address : 5 8 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200

Tel :  064 351 7007

FB : https://www.facebook.com/HotelnoirChiangmaiNimman/

Web : http://wepdqafdimonptlu.wb-siteminder.com/

อุ่นไอใบเมี่ยง | สกาด อ.ปัว จ.น่าน

บางคนออกเดินทางเพราะเหตุผลอันยิ่งใหญ่

แต่เราออกเดินทางในครั้งนี้เพียงเพราะรูปใบหนึ่ง

ทริปนี้เราออกเดินทางตามหาวิวตามรูปใบหนึ่งในไอจีที่เราเคยเห็นเมื่อสองปีก่อน จุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ ดอยสกาด อ.ปัว จ.น่าน โดยที่พพักของเราในทริปนี้ชื่อว่า “อุ่นไอใบเมี่ยง”

อุ่นไอใบเมี่ยง บ้านไม้สองชั้นที่มีวิวมองเห็นภูเขาสลับซับซ้อน พร้อมกับวิวหมู่บ้านสกาด จุดหมายที่ดึงดูดให้เรากลับมาน่านอีกครั้ง ส่วนตัวเราชอบบ้านไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับวิวภูเขาที่เราสามารถนั่งมองได้ทั้งวัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงดึงดูดเรามากนัก

อุ่นไอใบเมี่ยงไม่ได้สะดวกสบายสำหรับทุกคน ที่นี่ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะต้องเดินขึ้นบนไดค่อนข้างสูง ที่นี่คือบ้านไม้หลังใหญ่ที่มีห้องนอนหลายห้อง นั่นหมายความว่าเราต้องแชร์บ้านไม้หลังใหญ่หลังนี้กับคนอื่นๆ บ้านหลังใหญ่หลังนี้จะมีแค่ 1 หลังที่มีห้องน้ำส่วนตัว ห้องนั้นชื่อว่าห้อง VIP แต่สำหรับใครที่รับความไม่สะดวกสบายมากนักนี้ได้ เรารับรองได้ว่าที่พักนี้มอบความอบอุ่นใจให้แก่เราได้มากทีเดียวค่ะ

พูดเกริ่นมาตั้งนาน ออกเดินทางกันดีกว่าค่ะ เราจองมาในราคาคนละ 900 บาท รวมอาหารเช้า โดยทริปนี้เราพักห้อง VIP คือห้องที่มีระเบียงและห้องน้ำส่วนตัว และที่สำคัญยังมีวิวจากห้องน้ำที่โค-ตะ-ระ ดีเลยยย ภายในห้องมีที่นอน ชั้นวางของ ที่แขวนผ้า มีผ้าขนหนูให้ด้วย มีพัดลม และไดร์เป่าผม ถือว่าสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องถือว่าค่อนข้างครบเลยทีเดียวค่ะ สำหรับห้องน้ำหายห่วงค่ะ ที่นี่มีน้ำอุ่นและสะอาดมากเลยค่ะ

มาดูส่วนกลางบ้านกันบ้าง บ้านจะมีพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างกว้าง เป็นพื้นที่ฟรีไม่ว่าเราอยากจะนั่งเล่น นั่งทำงาน กินข้าว ทุกอย่างจะรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ทั้งชั้นล่างและชั้นบน และที่นี่เน้นอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับความสุขง่ายๆ ที่นี่จึงไม่มี ทีวี และสัญญาณโทรศัพท์ที่ใช้ได้คือ AIS และ TRUE เท่านั้น

ความน่ารักของที่นี่คือมีครัวส่วนกลาง ให้เราได้ทำอาหารเล็กๆน้อยๆ พร้อมกับอุปกรณ์และเครื่องปรุงและรวมถึงตู้เย็นและไมโครเวฟ ด้วย และแน่นอนว่า ไม่ว่าเราจะทานข้าวมื้อไหนเราก็ต้องล้างจานของตัวเองเก็บด้วยเสมอ เพราะที่นี่ให้อารมณ์ของการมานอนบ้านเพื่อนประมาณนั้นเลยค่ะ

เราไปช่วงเดือนธันวาคม 2564 ที่นี่อากาศหนาวตลอดทั้งวัน เราเจออุณหภูมิต่ำสุดน่าจะประมาณ 12 องศา และใครที่อยากจะเอาโน้ตบุ๊คเอางานไป WFH ที่นี่ มันดีมากเลยค่ะ เพราะวิวทำงานของเรามันจะสวยมาก

จริงๆกิจกรรมที่นี่ไม่ได้มีอะไรมากนัก นอกจากการนั่งมองวิวท้องฟ้าและภูเขาไปเรื่อยๆ

เช้าวันที่สองเราตื่นมาพร้อมกับอากาศที่หนาวกว่าเมื่อวานซะอีก เช้านี้มีอาหารเช้าที่มีให้เราเลือกทานเยอะมากกก ตั้งแต่ข้าวต้ม ปาท่องโก๋ ขนมต่างๆ กาแฟดริป และอีกมากมาย

ที่นี่เป็นที่สงบมาก เราชอบบ้านหลังนี้มาก

สุดท้ายใครกำลังมองหาที่พักแบบกึ่งโฮมสเตย์ บ้านไม้หลังใหญ่ที่เราจะได้ฟีลบรรยากาศการไปนอนบ้านเพื่อน และวิวภูเขาแบบ 180 องศา ที่จะอยู่กับเราตลอดเวลา เราแนะนำว่า “อุ่นไอใบเมี่ยง” เป็นอีกหนึ่งที่พักที่ต้องไปให้ได้

อุ่นไอใบเมี่ยง

Address : 358, ตำบล สกาด อำเภอ ปัว น่าน 55120

Tel :  065 897 8636

ราคาที่พัก : 700-900/คน/คืน

FB : อุ่นไอใบเมี่ยง

Kacha Resort & Spa Koh Chang | ที่พักสุดชิล ริมทะเลเกาะช้าง

เมื่อนักหนีเที่ยวสายภูเขา ต้องมาตกหลุมรักทะเล

ปีนี้พูดได้เต็มปากเลยว่า เราตกหลุมรักทะเล โดยเฉพาะทะเลภาคตะวันออกในช่วงหน้าหนาว

ทริปนี้เป็นการหนีเที่ยวเกาะช้างครั้งแรกของเรา โดยจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ KACHA RESORT & SPA KOH CHANG โรงแรมริมทะเลสุดชิลบนเกาะช้าง แนะนำว่าใครจะหนีเที่ยวเกาะช้างแบบเรา ควรมีเวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน เพราะความชิลที่เราจะได้เจอมันคุ้มค่ากับการเดินทาง

คชา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะช้าง (Kacha Resort & Spa Koh Chang) ที่พกสุดชิลริมทะเลหาดทรายขาว เกาะช้าง จังหวัดตราด โดยพื้นที่ของที่พักมีขนาด 14 ไร่ โดยจะแบ่งตัวที่พักออกเป็น 2 โซน คือโซนที่ติดเขา และ โซนติดทะเล

สำหรับการเดินทางในสถานการณ์โควิด เรารู้ว่าทุกคนก็อยากเที่ยวแต่ก็ห่วงเรื่องที่พักว่าจะปลอดภัยจากเชื้อจริงรึป่าว สำหรับที่นี่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเขาได้รับสัญลักษณ์ SHA หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่เราจะสามารถมั่นใจได้ว่า ที่นี่มีการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19

ทริปนี้เราจะพักกันที่ Kacha Resort & Spa Koh Chang 3 วัน 2 คืน มาถึงแล้วก็เข้ามาเช็คอินกันที่ล็อบบี้ได้เลยค่ะ ใช้เวลาไม่นาน พี่พนักงานก็จะพาเราไปส่งที่ห้องพัก

Beachfront Pool Villa Suite

ทริปนี้เป็นทริปเกาะช้างครั้งแรกของบันทึกนักหนีเที่ยวทั้งที เราต้องเล่นใหญ่ เราต้องปัง เพราะทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักกันที่ห้อง Beachfront Pool Villa Suite ห้องนี้เป็นพูลวิลล่าหนึ่งเดียวของโรงแรม Kacha Resort & Spa Koh Chang

ห้องนี้เหมาะกับการมาฮันนีมูนเป็นที่สุด แต่ทริปนี้เรามากับเพื่อนสาวก็จะได้ฟีลสนุกริมทะเล พร้อมกับพื้นที่ภายในวิลล่าที่กว้างมาก ทำให้เราสามารถใช้เวลาพักผ่อนแบบ 3 วัน 2 คืนที่ผ่านไปไวเหมือนโกหก ด้วยทำเลห้องที่อยู่ใกล้หาดมาก เดินแค่ 3 ก้าวก็ถึงทะเลแล้ว เป็นอีกหนึ่งทริปที่เราประทับใจมาก

ภายในวิลล่าขนาดใหญ่มาก ให้อารมณ์ของการเป็นมากกว่าห้องพักด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เตียงขนาดคิงไซต์ที่หันออกไปยังทะเล มุมพักผ่อน มุมทำงาน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำที่มี bathtub ด้วย

และที่ทำให้ห้องนี้พิเศษมากก็คือ มีสระส่วนตัวอยู่ในห้อง

ชิลมากกก ทุกอย่างคือดี เหมาะแก่การพักผ่อน

Deluxe Villa

เราแวะไปถ่ายรูปห้องอื่นๆมาฝากทุกคนด้วย เผื่อว่าจะช่วยให้ใครที่กำลังจะตัดสินใจเลือกห้องพักไม่ได้ ว่าจะพักห้องไหนดี ให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ขอเริ่มที่ห้อง Deluxe Villa ห้องขนาดกว้างขวาง ภายในห้องพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกแบบครบครัน เตียงขนาดคิงไซต์ มุมทำงาน มุมพักผ่อนหน้าวิลล่า และห้องน้ำที่ขนาดกว้างมาก มาพร้อมกับ bathtub ที่กว้างด้วยเช่นกัน

Beachfront Chalet

วิลล่าที่อยู่ใกล้ทะเลเพียง 5 ก้าว ใครที่อยากพักผ่อนในห้องพักที่อยู่ในระยะที่เรามองเห็นทะเลตลอดเวลา เราแนะนำห้องนี้เลย ภายในห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครครัน พื้นที่ภายในวิลล่ากว้างขวาง เตียงขนาดคิงไซค์ ห้องน้ำที่มี bathtub ทุกอย่างคือดีมาก

เรามาถึงช่วงบ่ายๆของวัน ด้วยบรรยากาศภายในโรงแรมคือดีมาก ริมทะเล มีลมเย็นๆโชยมา คลื่นที่ซัดเข้าหาดแบบเบาๆ ภาพตรงหน้าทำให้เราไม่อยากลุกเดินไปไหนจนต้องสั่งค็อกเทลสดชื่นๆสักแก้วมาดับกระหายและอมยิ้มให้บรรยากาศสดใสภายในโรงแรมแห่งนี้

หากใครมาพักที่นี่อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราไม่อยากให้พลาดเลยคือการลงเล่นน้ำทะเล เพราะด้วยหาดที่โรงแรมตั้งอยู่เป็นหาดที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ระดับที่ไม่ลึก หาดทรายละเอียด และ คลื่นที่ไม่แรงจนเกินไป ซึ่งทุกอย่างลงตัวให้เราได้สามารถลงเล่นน้ำทะเลมากเลยค่ะ

Sunset

ใครมาพักที่นี่ เราแนะนำว่าช่วงเย็นของวันไม่ควรออกไปไหนเลย เพราะบรรยากาศตอนเย็นที่โรงแรมคือสวยมากกกกก เป็นช่วงเวลาที่โคตรโรแมนติกเลย เราจะได้เจอกับพระอาทิตย์ตกน้ำที่หาดหน้าโรงแรมเลย มันเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจมากเลยนะ

Dinner

ตลอดช่วงเวลาที่พักอยู่ในโรงแรม เราทานอาหารที่ห้องอาหาร The Fil on Beach ทุกมื้อ เพราะรสชาติอร่อย บรรยากาศห้องอาหารแบบ open air ชิลมาก ไม่ต้องกลัวร้อนเลยค่ะ เพราะบรรยากาศดีมาก หากใครพักที่นี่ แนะนำว่าให้ทานที่โรงแรมเลย เพราะด้วยทั้งรสชาติอาหารและวิว ทุกอย่างคือเพอร์เฟ็คมากกก โดยเฉพาะตอนเย็น ที่เราจะสามารถนั่งทานอาหารในบรรยากาศพระอาทิตย์ตก พร้อมกับทองฟ้าที่สวยมากๆๆ

คืนแรกเราเลือกทานอาหารอิตาเลี่ยน รสชาติอาหารคือดีมากกก เมนูอาหารและวิว ทุกอย่างรวมกันทำให้คืนนี้เป็นอีกคืนที่ดีสุดของเราในปีที่ผ่านมา

ส่วนคืนที่สองเราตั้งใจจะสั่ง Romantic Set Dinner เพราะราคา 1500 บาท สำหรับสองคน จะเป็นชุดอาหารไทย มีซีฟู๊ดด้วย และที่พิเศษมากคือทางโรงแรมจะจัดตโต๊ะโดยเนรมิตรให้เป็นซุ้มสวยๆให้เราเลย ความตั้งใจคือจะต้องได้รูปแบบสวยมาฝากทุกคน แต่กลับกลายเป็นว่าคืนที่สอง น้ำทะเลลดช้ามากกก ทำให้มีพื้นที่หาดน้อยมาก จนเราต้องเปลี่ยนมานั่งตรงระเบียงของห้องอาหารแทน แต่ก็ได้บรรยากาศความชิลไปอีกแบบนะ

อิ่มแล้วจะกลับไปนอนเลยก็ยังไม่หนำใจ เราโชคดีที่ไปตรงกับวันที่มีโชว์ระบองไฟ เลยได้ดูโชว์สนุกๆ ก่อนกลับห้องไปนอน เติมเต็มทริปพักผ่อนของเราได้มากเลยล่ะ

Breakfast

เราตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่น เพราะเมื่อคืนหลับเต็มอิ่มมาก เช้านี้เราขอเริ่มต้นวันอาหาเช้าเลยละกัน

เรามาทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร The Fil on Beach อาหารเช้าที่นี่จะเป็นบุฟเฟ่ต์นะคะ มีเมนูให้เลือกค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเมนูอาหารไทย ตัวเมนูอาหารแต่ละชนิดจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกวัน และยังคงมาตรฐานความอร่อยของรสชาติไว้ได้ดีเลยค่ะ

ด้วยบรรยากาศของห้องอาหาร The Fil on Beach มื้อเช้าของเราเลยฟินมากกว่าเดิม เพราะมีวิวทะเลอยู่ตรงหน้า

อิ่มจากมื้อเช้ากันแล้ว เราจะพาทุกคนไปสำรวจบรรยากาศโดยรอบภายในโรงแรมกันหน่อย

ด้วยทำเลของที่นี่คือติดหาดเลย ทำให้บรรยากาศคือดีมาก ระหว่างทางเดินของแต่ละห้องภายในโรงแรมจะเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว มีมุมพักผ่อนเยอะเลยค่ะ

สุดท้ายใครมาพักที่นี่จะไม่เล่นน้ำสระส่วนกลางเลยก็ถือว่าพลาด เพราะสระส่วนกลางคือใหญ่มากกก ใครมากับเพื่อนกับครอบครัว สนุกเลยล่ะ โดยสระของที่นี่จะแบ่งเป็นสองฝั่ง คือ ฝั่งเขาและฝั่งทะเล ไม่ว่าเราจะจองห้องพักโซนไหนก็มีสระส่วนกลางว่ายน้ำเล่นได้สบายๆ

โซนเขา

โซนหาด

illy cafe

ที่นี่มีคาเฟ่ด้วยนะคะ ชื่อว่า illy cafe สำหรับใครที่อยู่ได้ด้วยกาแฟดีๆสักแก้ว รับรองว่าไม่ผิดหวังจะมีอะไรดีไปกว่ากาแฟดีๆและบรรยากาศสุดชิลตรงหน้าอีกนะ

สรุป

หากใครกำลังมองหาที่พักเกาะช้างอยู่ เราแนะนำที่นี่ KACHA RESORT & SPA KOH CHANG เป็นที่พักที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน และเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ห้องดี อาหารอร่อย บรรยากาศคือชิลมาก

KACHA RESORT & SPA KOH CHANG

Address : 88/1 Moo 4 White Sand Beach, Koh Chang, Trat 23170 Thailand

Tel :  + 66 87 001 1558 – 9

FB : https://www.facebook.com/KachaResortandSpa

Line ID : @kachakohchang

Web : https://www.kohchangkacha.com/

“ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด” | Unseen สุราษฎร์ธานี

“ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด” เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม โดยธารน้ำแหล่งนี้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ น้ำใสมาก อากาศสดชื่น เหมาะสำหรับวันพักผ่อนที่อยากหาที่เที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ

จริงๆเราลตั้งใจจะมาเล่นน้ำที่นี่ อยากถ่ายรูปสวยๆอวดลงไอจี แต่มันดันตรงกับช่วงวันที่เล่นน้ำไม่ได้ และเาไปช่วงบ่าย นักท่องเที่ยวเยอะมาก คือมันก็ไม่ได้เอะจนแน่น แต่มันเยอะพอให้เราไม่สามารถถ่ายรูปสวยๆแบบที่ตั้งใจได้

เราเลยเดินคอตกไปพายเรือแทน ใครที่อยากจะพายเรือต้องจ่ายค่าบริการ ตั้งแต่ก่อนเข้ามานะคะ คนละ 70 บาท โดยเราสามารถเลือกที่จะพายเอง หรือว่า ให้เจ้าหน้าที่พายให้ก็ได้ ระยะทางไม่ไกลมาก แต่รวมๆใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที (เจ้าหน้าที่บอกเรามาแบบนี้นะ)

เจ้าหน้าที่ : พายเอง หรือ ให้พายให้ครับ

ชาวหนีเที่ยว : พายเองค๊าาาาา (ตอบแบบพร้อมเพียงกัน)

พวกเรา 3 ใน 4 เป็นพวกบ้าพลังชอบพายเรือมากกก โดยเฉพาะคายัค รู้สึกมันเหนื่อยดี ครั้งนี้เราทุกคนเลยตอบแบบประสานเสียงโดยไม่ต้องนัดหมายว่า เราจะพายเรือเอง อีกนัยหนึ่งเรารู้สึกว่าการพายเอง เราจะถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ได้ไม่ต้องเกรงใจเจ้าหน้าที่

พวกเราไปกันทั้งหมด 4 คน เลยแบ่งเป็น 2 ทีม การพายเรือช่วงเลย มีแต่เสีงหัวเราะลั่นป่า เพราะเราพายเป็นวงกลม มันไม่ง่ายแบบคายัค มันมีความบังคับยากกว่ามาก แต่มันสนุกมาก ระยะทางไม่ได้สั้น(ในความรู้สึก)ตามที่เจ้าหน้าที่บอกนัก

ทีมเราเพื่อนผู้พาย ชีพุ่งเข้าตลิ่งตอนเวลา 55555 ส่วนอีทีม ก็พายเรือเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่เราจะถึงว่ะเนี่ยยยย

ตลอดทางเป็นเส้นทางพายเรือที่ถ่ายรูปสวยมาก ให้อารมณ์เหมือนกำลังผญจภัยป่าอเมซอน 55555

สรุป พวกเราใช้เวลาพายเรือไปกลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง ขากลับคือเหนื่อยมากกก อยากจะลงเดิน (น้ำลึกแค่สะโพกเอง) และคืนนี้ไม่ต้องสงสัยว่าพวกเราจะปวดแขนมั้ย เพราะต้องใช้คำว่าปวดร้าวถึงจะเหมาะกว่า

“ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด”

ตำบล บ้านทำเนียบ อำเภอ คีรีรัฐนิคม สุราษฎร์ธานี 84180

เปิด : 9.00 – 17.00 น.

วิธีการเดินทาง : https://goo.gl/maps/AgYSEojcZwv

ค่าเข้า : – ค่าจอดรถ 20 บาท

– ค่าเข้า 30 บาท /คน (รวมค่าหองน้ำและล็อกเกอร์)

– ค่าเข้า + ค่าพายเรือ 70 บาท

โทร :  065 698 5176

Maldives beach resort | ที่พักสวยริมทะเล จ.จันทบุรี

“ทะเลหน้าหนาวสวยไม่แพ้หน้าร้อนเลย”

นั่นคือความคิดของเราเองค่ะ หลังจากที่ได้มาเจอทะเลตะวันออกในหน้าหนาว

ทริปนี้เราขอพาทุกคนไปเช็คอินที่พักติดทะเลกันที่จันทบุรี จังหวัดที่เรายังไม่เคยไปรีวิวที่พักไหนเลย รีวิวนี้จึงเป็นรีวิวแรกของที่พักในจันทบุรีเลยล่ะ และทริปนี้เรายังได้พักห้องพัก type ใหม่ล่าสุดจาก MALDIVES BEACH RESORT

MALDIVES BEACH RESORT ที่พักติดทะเลที่จังหวัดจันทบุรี ที่นี่ตั้งอยู่บริเวณหาดแหลมเสด็จ เหมาะสำหรับใครที่อยากมาพักผ่อนริมทะเล การเดินทางไม่ยาก เราสามารถขับรถตาม GPS มาได้เลย ไม่มีหลง

บรรยากาศที่นี่ดีมากเลยค่ะ เป็นที่พักติดทะเล เดินเพียง 5 ก้าวก็ถึงทะเลแล้ว สำหรับทริปนี้เราพักห้อง Beachfront Honeymoon Suite ซึ่งถือว่าเป็นห้องใหม่ล่าสุดจากทาง MALDIVES BEACH RESORT เลยค่ะ

Beachfront Honeymoon Suite

ห้องพักใหม่ล่าสุดที่ทางที่พักได้ทำการรีโนเวท เป็นห้องที่อยู่ใกล้ทะเลมากกกกก ภายในห้องสวยมาก จุดขายของห้องนี้คือเราสามารถมองเห็นทะเลแบบชัดมาก ไม่ว่าอยู่มุมไหนของห้อง ภายในห้องจะแบ่งพื้นที่เป็นสองระดับ คือส่วนของเตียงนอน และห้องน้ำจะอยู่ระดับบน และส่วนของโซฟา bathtub มุมพักผ่อนจะอยู่ในระดับต่ำลงมา และภายในเน้นการตกแต่งด้วยสีที่สบายตา เน้นความโปร่ง และด้วยกระจกใสบานใหญ่ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ตลอด ยิ่งเพิ่มความสวยให้ห้องนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

โซนของห้องน้ำคือกว้างมาก มุมหน้ากระจกประกอบไปด้วยอ่างล้างหน้า 2 อ่าง มีตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่ง ที่มีหมวกสาน และ กระเป่าสานให้เราได้ตลอดที่พักที่นี่ด้วย ส่วนของห้องน้ำจะแบ่งโซนเปียกและแห้งอย่างชัดเจน และที่ชอบสุดก็น่าจะเป็น Amenities จาก Panpuri (ใครชอบทำสปาต้องรู้จักแน่นอน)

มาดูโซนพักผ่อนกันบ้าง โซนนี้จะประกอบไปด้วยโซฟาตัวใหญ่ อุปกรณ์ความบันเทิง ทีวี ลำโพง ทุกอย่างมีพร้อม และมุมที่เราชอบมากก็คือมุมของ bathtub สวยมาก แช่น้ำไปมองวิวทะเลไป คือดีมากกก

เราชอบที่ห้องนี้มีพื้นที่กว้าง มีมุมถ่ายรูปเยอะด้วย

เป็นอีกหนึ่งห้องพักที่ชอบมากเลยค่ะ

อีกหนึ่งมุมที่ชอบมากๆด้วยก็คือมุมระเบียง โดยเฉพาะในช่วงเวลาตอนเช้า แสงดีมากเลย เห็นทะเลชัดมากเพราะมันใกล้มาก และแสงในแต่ละช่วงเวลาก็ทำให้โมเมนต์ริมระเบียงต่างกัน

ใครพักห้อง Beachfront Honeymoon Suite แบบเรา เข้ามาในห้องนอกจากจะต้องร้องว้าวเพราะห้องที่สวยและความใกล้ทะเลแล้ว ยังต้องร้องว้าวกับชุด welcome set ที่จัดมาแบบเต็มมาก ใครทานหมดรับรองว่าอิ่มไปทั้งบ่ายแน่นอน

Dinner

ใครมาพักที่ MALDIVES BEACH RESORT แนะนำว่าตอนเย็นไม่ต้องออกไปไหนแล้ว ทานอาหารในโรงแรมเลย เพราะว่าบรรยากาศดีมากก หน้าหาดเป็นอีกจุดที่พระอาทิตย์ตกแล้วบรรยากาศโรแมนติกมาก กอปรโต๊ะอาหารริมทะเล ใครมาช่วงหน้าหนาวแบบนี้ได้นั่งมองวิวทะเลไป ทานอาหารอร่อยไป ฟินแบบที่ไม่ต้องบรรยายใดๆเลย

ส่วนของเมนูอาหาร เราสั่งทุกอย่างที่เป็นเมนูแนะนำ เพราะไม่ว่าเมนูไหนก็ดูอร่อยไปหมด และรสชาติก็อร่อยสมคำล่ำลือจริงๆค่ะ ใครมาพักที่นี่แนะนำว่าให้ทานอาหารที่โรงแรมเลยย บรรยากาศดี อาหารอร่อย คอนเฟิร์ม

Good night

ความพิเศษของการพักห้อง Beachfront Honeymoon Suite ยังไม่หมดง่ายๆ เพราะก่อนนอนทางโรงแรมจะมีเซ็ต Good night มาเสิร์ฟให้ถึงบนเตียง โดยในเซ็ทประกอบด้วย นมอุ่น และคุ้กกี้อร่อยๆ รับรองคืนนี้หลับฝันดีแน่นอน

ส่วนใครคิดว่าการนอนเร็วไม่ใช่วิถี ทานนมแล้วแต่ก็อยากจะจิบน้ำองุ่นมาสักแก้ว แช่น้ำอุ่นๆ เม้าท์ม้อยกับเพื่อนสนิทกันสักหน่อยก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนเหมือนกันนะ


Beach front

เราชอบการพักริมทะเล โดยเฉพาะห้องที่ใกล้ทะเลมากๆ เพราะเรามักจะตื่นเช้ามาเดินริมทะเล มันเป็นเวลาที่สงบ เป็นช่วงเวลาที่ทะเลสวยมากๆอีกช่วงเวลาหนึ่ง

Breakfast

เช้านี้หลังจากเราไปเดินเล่นริมทะเลมาแล้ว ท้องก็เริ่มส่งเสียง เลยต้องย้ายตัวเองมาที่ห้องอาหาร โดยห้องอาหารเช้าจะเป็นคนละห้องกับห้องอาหารตอนเย็นนะคะ เราเลือกโต๊ะริมสระ เป็นส่วนของ Openair วิวดีทีเดียวค่ะ อาหารเช้าของที่นี่จะเป็นแบบ buffet มีไลน์อาหารแบบครบครัน โดยเฉพาะใครที่ชอบทานอาหารไทยตอนเช้ารับรองว่ารักแน่นอน

Main pool

ส่วนเวลาสายๆของวัน เราลงมาว่ายน้ำเล่นที่สระว่ายน้ำหลักของโรงแรม ซึ่งตัวสระใหญ่มากก มีมุมพักผ่อนเยอะด้วย และแบ่งระหว่างสระเด็กและสระผู้ใหญ่ชัดเจน โดยเราแอบชอบสระเด็กนะ เพราะว่ามีสไลด์เดอร์ให้เล่นด้วย อยากจะเล่นมาก แต่กลัวเด็กๆจะร้องไห้ เพราะโดนเด็กโข่งแย่ง 5555

Bye Bye MALDIVES BEACH RESORT

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาฉันใด ทริปเที่ยวก็หมดเวลาสนุกฉันนั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องบอกลาที่พักสุดฟินริมทะเลที่จังหวัดจันทบุรีแล้วล่ะค่ะ เป็นสองวันหนึ่งคืนที่เราได้พักผ่อน ได้นั่งมองทะเล ได้นอนหลับสบาย ได้ทานอาหารอร่อย เป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆเลยค่ะ

ใครที่กำลังมองหาที่พักติดทะเล และอยากจะทำความรู้จักทะเลตะวันออกแบบจังหวัดจันทบุรี เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ MALDIVES BEACH RESORT

MALDIVES BEACH RESORT

Address : 33/2 Moo 4 Leam Sadej Beach T.Klong Kud A อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี 22120

Tel : 039-433-200

Web : https://www.maldiveschanthaburi.com/

Facebook : https://www.facebook.com/maldiveschanthaburi/

onenueng | วันหนึ่ง…เชียงดาว

วันหนึ่ง…ฉันเดินเข้าป่า

และวันหนึ่ง…ฉันพบความสุขที่เชียงดาว

“ถ้าจะมีที่พักไหนที่เราจองนานที่สุด ก็น่าจะเป็นที่นี่ จริงๆก็ใช่ว่า ที่พักที่นี่จะจองยากหรือว่าอะไร แต่มันเป็นเพราะเราที่หวั่นไหวกับวิวที่พักแบบนี้” เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากที่เราบังเอิญไปอ่านบทความชิ้นหนึ่งจาก The Cloud จึงได้รับรู้เกี่ยวกับี่พักแห่งหนึ่งที่เป็นที่พักแบบ Glamping ตั้งอยู่ที่เชียงดาว หลังเราอ่านบทสัมภาษณ์นั้นจบ เราทักไปจองที่พักเลยทันที ซึ่งตอนนั้นน่าจะเป้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ช่วงเวลาที่เราจะข้าพักคือ พฤศจิกายน

วันหนึ่ง…ที่พักในรูปแบบ Glamping ที่พักสวยที่จะชวนเราไปใช้ชีวิตแบบสบายๆ ได้พักผ่อน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และมมีฉากหลังคือดอยหลวงเชียงดาว ที่พักที่เหมือนมีมนต์สะกดให้คนที่หลงรักภูเขาแบบเราหลงรักได้ทันที

ONENUENG

ที่พักแนว Glamping ที่สะดุดตาใครๆที่ได้เห็นภาพ ด้วยเต็นหลังใหญ่สีขาวนวลตา ที่เคียงคู่มากับอ่างอาบน้ำสีขาวเด่น ท่ามกลามฉากหลังที่เป้นขุนเขาใหญ่และสีเขียวของป่าเชียงดาว ที่นี่เปิดรับแขกแค่วันละ 1 กลุ่มเท่านั้น เพราะที่นี่มีเพียงห้องเดียว หลังเดียว และจะเปิดบริการแค่ 5 เดือน ต่อปี ก็คือช่วงปลายฝนยาวไปจนหมดฤดูหนาว แต่ได้ยินแว่วๆมาว่าปีหน้าอาจจะเปิดให้พักแค่เพียง 4 เดือนในฤดูหนาวเท่านั้น ส่วนวิธีการเดินทางไม่ยาก เราสามารถปักหมุด Google map มาที่ ONENUENG เชียงดาวได้เลย

วันหนึ่งเมื่อเราได้พบความสุข…

อยากจะสารภาพกันตรงๆว่าถึงแม้เราจะมาเชียงใหม่ค่อนข้างบ่อย แต่ก็ไม่เคยขึ้นมาถึงเชียงดาวเลยสักครั่ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาเชียงดาว… และเรามาเลือกมาที่นี่โดยเฉพาะเลย พี่อุ๋ยเจ้าของที่พักวันหนึ่งมาคอยต้อนรับเรา พร้อมกับอธิบายสิ่งต่างๆในที่พักให้เราแบบละเอียด

ก่อนเราจะมาที่นี่เราเข้าไปดูรูปที่พักภาพการแชร์ภาพของใครหลายคนที่เคยมาพักที่นี่ มีคำถามเกิดขึ้นในใจเรา ว่าทำไมใครๆก็ถ่ายรูปออกมาสวยจังเลย เพราะอะไรกันนะ แต่เมื่อเราได้มาจริงๆ ครั้งแรกที่ได้พบตาถึงได้รู้ว่า “ที่นี่โคตรสวยเลย” ไม่ว่าจถ่ายรูปด้วยกล้องอะไร มันก็สวยเสมอ

เราจะพาทุกคนไปดูที่พักของเราแบบละเอียด เพราะว่าหลายคนน่าจะสงสัยว่า ที่นี่มีแค่เต็นท์กับอ่างเท่านั้นหรอ มีอย่างอื่นอีกมั้ย มาค่ะ เรามาดูกัน… จากที่บอกว่าที่นี่จะรับลูกค้าแค่วันละ 1 กลุ่มเท่านั้น โดยที่พักจะรองรับผู้เข้าพักในมากสุดคือ 6 คนเท่านั้น ส่วนเรามากัน 2 คน ก็จะส่วนตัวมากๆเลยล่ะ

โดยภายในบริเวณของที่พัก “วันหนึ่ง” จะประกอบไปด้วยห้องนอน ก็คือเต็นท์ขนาดใหญ่สีขาว ซึ่งภายในมีแค่ปลั๊กไฟ พัดลม ราวตากผ้า และ เตียงพร้อมผ้าห่มอุ่นๆ ออกมานอกเต็นท์ก็คือ bathtub สีขาวเด่น ท่ามกลางขุนเขาและพงไพร นอนแช่น้ำไปมองวิวไป ฟินสุดๆ

ส่วนต่อมาคือบริเวณห้องน้ำ โดยใกล้ๆกันจะมีส่วนของห้องน้ำ มีน้ำอุ่น แต่ที่อยากจะกรี๊ดให้สุดเสียงคือวิวห้องน้ำ มันคือวิวดอยหลวงเชียงดาว โอ้ยยยย ภูเขายังตามเราไปถึงห้องน้ำ เรารักที่นี่มาก คนรักภูเขาแบบเราต้องรักมาเช่นกัน

ส่วนต่อมาคือบริเวณของครัว หรือ พื้นที่อเนกประสงค์ ส่วนนี้เป็นพื้นที่ให้เราสามารถทำกับข้าว กินอาหารเช้า นั่งเล่น นอนเล่น ใช้ชีวิตชิลๆ ไปเรื่อยๆ และที่สำคัญเราสามารถนั่งมองดอยหลวงได้ตลอดเวลา และที่นี่มีครัวที่มีอุปกรณ์ครบเลยนะ เราสามารถที่จะซื้อของสดทำกับข้าวกันเองได้เลย

ส่วนสุดท้ายคือลานกว้างที่อยู่หน้าเต็นท์นั้นเอง เราใช้เป็นลานอเนกประสงค์ นอนกลิ้งเพราะตรงนี้โดนลมดี ตอนค่ำก่อกองไฟ กินหมูกระทะ และ ดูดาว

กิจกรรมที่นี่ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก หากครที่ไม่ได้อยากไปเดินป่า สำรวจพรรรไม้ หรือใดๆ การมาที่นี่ก็คือการได้พักผ่อน ชารืจแบตตัวเองให้เต็มที่ที่สุด เราใช้เวลาไปการนั่งมองดอยหลวง และอ่านหนังสือที่ค้างคามานานแสนนาน

ส่วนเย็นๆอากาศก็จะเริ่มเย็นไปด้วย พร้อมกับฟ้าที่เปลี่ยนสีไป ทำให้ที่นี่ยิ่งโรแมนติดยิ่งขึ้นไปอีก เราชอบที่ขนาดสามารถนั่งมองได้ไม่เบื่อเลย

ตกเย็นเราสั่งหมูกระทะเอาไว้ พร้อมกับของให้แม่บ้านช่วยก่อกองไฟให้หน่อย ตอนเย็นที่นี่อากาศเย็นๆ และบรรยากาศดีมากเลยนะ ความฟินคือการได้นั่งกินหมูกระทะท่ามกลางวิวอลังการแบบนี้นี่แหละ ฟินสุดเลยยยยย (ราคาหมูกระทะชุดละ 490 บาท เยอะมากกกก ควรกิน 4 คน)

หลังอิ่มจากหมูกระทะ เรากับแฟนนั่งมองดาว นั่งคุยโน้นนี่กันเรื่อยเปื่อย มันทำให้รู้ว่าบางคร้งความสุขมันก็มาในรูปแบบของความสบายใจประมาณนี้นี่เอง


กลางคืนอากาศหนาวแบบฟินมาก และเราไม่ปิดประตูเต็นท์ด้วยปิดแค่ประตูที่เป็นตาข่ายกันมด แมลง ความฟินเลยเข้าได้ถึงที่นอนเลย เช้านี้เรารีบตื่นเพื่อจะมาดูหมอก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหมอกจะแน่นแบบฤดูฝนรึป่าว

ช่วงเช้าแบบนี้มุมที่เราชอบที่สุดคือ ระเบียงเล็กๆของเต็นท์ ได้นั่งเพลินๆ อ่านหนังสือสบายๆ ฟินสุดๆ

อาหารเช้าเราจะมาเสริฟตน 8 โมง โดยจะมีข้าวต้ม ผลไม้ และส้มเป็นลูกๆที่มาเป็นตระกร้า ให้เราสามารถคั้นเอง ใครจะกินกาแฟก็ตั้งกาต้มน้ำร้อนเอาได้เลย หรือใครมีของสดอยากจะทำกับข้าวทานเองเพิ่มก็ได้นะ เพราะเรามีก็มีเอาเนื้อที่เหลือจากเมื่อคืนลงมาผัดนิดหน่อยเพราะเสียดาย

จะมีอะไรฟินไปกว่าการได้ทานมื้อเช้าแล้วนั่งมองดอยหลวงนะ

ทุกครั้งที่มาพักในที่ที่มีวิวอลังการแบบนี้เราไม่เคยเรียกร้องขอกาแฟดีๆเลยสักครั้ง เพราะแค่กาแฟแบบชงเองแค่นี้ก็โคตรอร่อยมากแล้วล่ะ

อิ่มแล้ว ก็อยากจะแช่น้ำก่อนกลับอีกหน่อย ความฟินมันจะได้ทะลุปรอทเลยยยย

ใครกำลังมองหาที่พักวิวสวย ที่เชียงดาว ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมองฟ้ามอภูเขา แล้วใช้เวลากับตัวเอง เราว่าที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณกำลังมองหา … ONENUENG

Koh Waii Paradise | หนีไปใช้ชีวิตติดเกาะ จ.ตราด

ลองไปใช้ชีวิตแบบติดเกาะกันมั้ย แต่งหน้าน้อยๆ ใส่ชุดสบายๆ แล้วก็นั่งสบตากับทะเลทั้งวัน

ทริปนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทริปใจง่ายของเราในปีนี้ เพราะเราตกลงโอนเงินเพื่อจองที่พักเพราะเคยเซฟรูปเอาไว้ มันเป็นรูปของทะเลตะวันออกที่เรารู้สึกว่ามันสวยมากกก พอจะสู้อันดามันได้เลยล่ะ

ทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เกาะหวาย จ.ตราด เป็นเกาะที่มีไฟฟ้าใช้แค่การปั่นไฟ มีบ้านพักแบบไม่มีอะไรเลย แต่มีวิวที่โคตรสวยรอเราอยู่ ถึงแม้ไม่หรูหรา ลำบากบ้างก็ไปค่ะ เพื่อวิวสวยเราสู้ตาย

ก่อนอื่นจะไปใช้ชีวิตติดเกาะ ที่เกาะหวายได้เราต้องจองที่พักก่อน บนเกาะหวายมีที่พักเพียงไม่กี่แห่ง แต่เราเลือกที่จะไปพักกับ เกาะหวายพาราไดซ์ ถ้าถามว่าทำไม บอกตรงๆว่าไม่รู้จักที่อื่น 5555 และอีกอย่างคือรูปที่เราโคตรชอบเลยเขาพักที่นี่ เราเลยตัดสินใจจองที่นี่ (( นี่คือเหตุผลของคนใจง่าย ))

วิธีการจองที่พัก : เกาะหวายพาราไดซ์

1.ให้เรา inbox ไปที่เพจของเกาะหวายพาราไดซ์ https://www.facebook.com/KohWaiiParadise

2. แจ้งวันที่จะเข้าพัก จำนวนผู้เข้าพัก และอยากจะบอกว่า ถ้าจะพักที่นี่ เราต้องพักอย่างน้อย 2 คืนถึงจะสามารถจองที่พักได้ เพราะว่าถ้าพักคืนเดียว จะไม่ได้ดื่มด่ำกับชีวิตบนเกาะเลย

ค่าที่พัก คืนละ 800 บาท สำหรับบ้านหลัง 2 คน

3.จากนั้นก็รอทางที่พักตอบ คอนเฟิร์มการจอง และโอนเงิน

ทำทุกขั้นตอนตามนี้ครบก็เก็บกระเป่าไปติดเกาะกันเลยจ้าาา

วิธีเดินทางไปเกาะหวาย

เมื่อเราจองที่พักที่เกาะหวายพาราไดซ์ ทางที่พักจะทำการจองเรือให้เราพร้อมกันด้วยเลย แต่เราจะต้องไปยืนยันก่อนจะเดินทางกับทางเรือเอง (ซึ่งทางที่พักจะอธิบายไว้อย่างละเอียด)

  • ค่าเรือไปกลับ เกาะหวาย คนละ 900 บาท
  • ปัจจุบันเรือที่จะไปเกาะหวาย จะมีแค่วันละ 1 รอบเท่านั้น โดยจะเป็นเรือเดียวกับไปเกาะหมาก (เพราะอยู่ใกล้กัน)
  • เราจะต้องเดินทางมาที่ท่าเรือแหลมงอบ จ.ตราด การเดินทางไม่ยากขับรถตาม GPS ได้เลย เราใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจากกรุงทพ – ท่าเรือแหลมงอบ
  • มีที่ฝากรถค้างคืน มีหลังคา คืนละ 50 บาท

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อคิดจะติดเกาะ

เนื่องจากบนเกาะหวาย ไม่ได้มีความสะดวกสบายรอเราอยู่ บนเกาะใช้ไฟฟ้าแบบปั่นไฟ จะมีไฟให้ใช้แค่เวลา 17.00 – 22.00 น. เท่านั้น แต่ห้องน้ำมีไฟตลอดทั้งคืนนะ ส่วนในบานพักไม่มีอะไรเลย มีแค่เตียงนอน หมอน มุ้ง ผ้าห่มบางๆ ดังนั้นทำให้สิ่งที่เราต้องเตรียมมีค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

  • ไฟฉาย แบบใส่ถ่าน เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องชาร์จแบต
  • พาวเวอร์แบงค์ หลายก้อนยิ่งดี
  • พัดลมขนาดเล็กที่ใส่ถ่านได้ หรือ มีแบต
  • ผ้าขนหนู // ของใช้ส่วนตัว
  • ปลั้กพ่วง เพราะในบ้านมีปลั้กแค่จุดเดียวเท่านั้น
  • แก้วเยติ เอาไว้สำหรับซื้อน้ำแข็งใส่ จะได้มีน้ำเย็นกินตลอดทั้งวัน
  • ยากันยุง ยากันแมลง
  • ไม้แขวนเสื้อ (อันนี้แล้วแต่คนนะ)

ก่อนเดินทาง 2 วัน

เราไม่ได้จัดกระเป๋า Backpack นานมากก จนรู้สึกว่า เอ้ย ทำไมของเยอะจังวะ

ต้องสารภาพตามตรงว่าตอนที่เราจองที่พักล่วงหน้าไปประมาณ 3 เดือนนั้น เราจองเพราะความใจง่ายล้วนๆ เราแทบไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับที่พักมากมายนัก รู้แค่ว่ามันไม่ได้สะดวกสบาย แต่วิวมันโคตรสวยเลย แค่นั้นจริงๆ

เมื่อถึงเวลาใกล้เดินทาง ถึงจะมาอ่านข้อมูลแบบละเอียดว่า เกาะที่เราจะไปนี่เขาอยู่กันยังไงนะ เที่ยวอะไรกัน ต้องเอาอะไรไปบ้างงง บอกเลยว่าเหงื่อไหลเลยจ้าาา ถ้ารู้ว่าต้องแบกขนาดนี้จะไม่ใจง่ายจองเร็วขนาดนั้น

ยินดีที่ได้รู้จักเกาะหวาย

การเดินทางจากกรุงเทพ มายังท่าเรือแหลมงอบ จ.ตราด ของเราทุกอย่างราบรื่นดี ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะเรามาถึงก่อนเวลาที่จะลงเรือตั้ง 2 ชม เนื่องจากคิดว่าจะใช้เวลาในการขับรถประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆแน่ๆ แต่สุดทายเราใช้เวลาแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

เราใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือมาถึงเกาะหวาย ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เรือก็พาเรามาถึงเกาะหวาย ภาพแรกที่เห็นคือน้ำทะเลสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นสถานที่ที่ใช้คำว่าสวยได้โคตรเปลืองเลย

อยากจะบอกว่าที่เกาะหวาย พาราไดซ์ แห่งนี้จะมีห้องที่ป๊อบปูล่ามากกกก คือห้อง P1 เพราะเป็นห้องที่วิวดีที่สุดบนเกาะเลย 5 ก้าวถึงทะเลเลย แต่มันเป็นห้องที่จองยากมากกกก เต็มตลอด ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่ได้ห้องนั้นต้องจองนานแค่ไหน (เพราะเราม่ายด้ายยยยย)

แน่นอนค่ะ เราคือทีมที่ไม่ได้ห้อง P1 แต่ก็ยืนยันที่จะจองที่พักบนเกาะนี้เหมือนเดิม แต่เมื่อไม่มีห้องที่อยากได้ เราเลยคิดไปว่างั้นห้องไหนก็เหมือนกันแหละ ค่อยไปแอบถ่ายห้อง P1 เอาละกัน แต่เมื่อวันที่เราเดินทางไปเกาะ พร้อมรับกุญแจห้องมา ห้องที่เราได้คือ 23

(จริงๆเรารู้ห้องตั้งแต่ตอนที่จองแล้วนะคะ แต่บอกแล้วว่าตอนนั้นไม่ได้ P1 คือไม่สนใจแล้วห้องไหนก็ได้)

เราเดินตามพี่สตาฟที่ช่วยเข็นกระเป๋าเราไปส่งที่ห้อง (บนเกาะมีรถเข็นกระเป๋าช่วยเรานะ ใครสัมภาระเยอะ ห้องอยู่ไกล สบายใจได้) แล้วก็เดินมายังห้อง 23 กรี๊ดดดดดดด ห้องที่เราได้คือสวยมากก วิวหน้าห้องคือดีมากกกก (เราพึ่งมารู้ตอนหลังว่าห้องนี้คือห้องที่สวยรองจาก P1 และเป็นอีกห้องที่หลายคนแย่งชิงกัน)

ในห้องมีแค่เตียง หมอน และผ้าห่มบางๆ เพราะไม่มีพัดลม ดังนั้นไม่หนาวแน่นอน แต่ถ้าใครอยากจะเอามาเองก็คือเอามาเลยจ้า

วิวหน้าห้องเรา คือสวยมากกกก นั่งสบตากับทะเลได้ทั้งวันจริงๆ

สำหรับใครพักที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นห้องไหน วิวสวยแค่ไหน เราทุกคนก็จะได้ใช้ห้องน้ำรวม โดยห้องน้ำจะแบ่งโซนตามที่เราอยู่ ไม่ไกลจากบ้านพักแต่ละหลัง ส่วนห้องน้ำคือน้ำไหลทั้งวัน น้ำเย็นสะใจมาก และก็สะอาดดีทีเดียวค่ะ

วิวหน้าห้องน้ำ บ้าจริงงงงงงงงงงงงงงง

DAY 1

วันนี้เรากับเพื่อนตั้งใจที่จะไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น เพราะวันนี้เราอยากนั่งมองทะเล ชิลๆ เพราะนั่งมองนานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเบื่อ พร้อมกับปากที่พร่ำค่ำว่า “สวย” ออกมาไม่หยุดหย่อน

โปรดรู้ไว้ว่า ราคาที่พักของเกาะหวายพาราไดซ์ไม่รวมอาหารมื้อใดๆทั้งสิ้น หากหิวให้มากินที่ร้านอาหาร ซึ่งเมนูมีเยอะมากกก ไม่เหมือนติดเกาะ และโปรดจำไว้ว่า ใครที่สั่งกับข้าว ปริมาณที่ได้คือ สำหรับกิน 2-3 คนอิ่ม รสชาติอร่อยมากกก และแน่นอนมันคือราคาบนเกาะ

วันแรกหลังจากเรานั่งพักกันจนหายเหนื่อยแล้ว เลยมาสั่งอะไรทานเล่น รอกินมื้อเย็นหน่อย เราสั่งยำวุ้นเส้น และ มันฝรั่งทอด ไม่ได้มีความเข้ากันแต่มันอยากกินอ่ะ

“ทะเลหน้าหนาวมันสวยแบบนี้แหละ”

ระหว่างที่เรานั่งเหม่อมองทะเลอยู่นั้น อยู่ๆประโยคที่ว่าก็ลอยมา เป็นประโยคบอกเล่าจากลุงเจ้าของที่พักเองค่ะ ซึ่งเอาจริงเราก็พึ่งรู้ว่า ทะเลหน้าหนาว มันนิ่งสงบ แล้วเป็นสีครามสวยขนาดนี้เลยหรอ

เย็นวันนี้เราห้ามใจตัวเองไม่ไหวที่จะไม่ลงน้ำ น้ำนิ่งขนาดนี้ มันสวยขนาดนี้ ใครมันจะอดใจไหวนะ และฝั่งหาดที่เราอยู่ไม่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก ดังนั้นเย็นนี้เล่นน้ำไปเลย ไม่ต้องรอถ่ายรูปพระอาทิตย์แล้ว

วันนี้เป็นคืนแรกที่เราจะติดเกาะกัน ไฟฟ้ามาตอน 17.00 น. ใครอยากจะชาร์ตอะไรก็รีบเลยค่ะ มื้อค่ำวันนี้เราสั่ง ข้าวผัด และต้มยำทะเลน้ำข้น

คืนแรกอากาศช่วงแรกค่อนข้างร้อน เพราะแทบจะไม่มีลมพัดเลย แต่ดึกๆเริ่มมีลม และใกล้รุ่งสางคือหนาวเลยล่ะค่ะ คืนแรกเราถือว่าผ่านไปด้วยด้วยดี

DAY2

วันที่สองเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงเช้า เพราะอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่แล้วก็พึ่งรู้ว่าหน้าบ้านเราไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดนัก และเช้าวันนี้ก็มีเมฆมาบดบังพระอาทิตย์

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดๆ แต่เช้านี้เราก็ได้ตื่นเช้า มาเจอทะเลที่สดชื่น ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ถือว่าเป็นการหนีเที่ยวที่คุ้มค่ามากสำหรับเรา

วันนี้เป็นวันแห่งกิจกรรมของเรา เพราะเราตั้งใจจะทำทุกอย่างที่อยากทำบนเกาะในวันนี้ ทั้งพายคายัค ดำน้ำ ดูพระอาทิตย์ตก เล่นน้ำ ให้มันครบทุกอย่างในวันนี้ไปเลย ส่วนเช้านี้เรากับเพื่อนต่างแยกกันไปออกกำลังกาย อยู่บนเกาะมันก็จะชิลมากประมาณนี้ล่ะ

อย่างที่บอกไปที่นี่ไม่ได้มีอาหารเช้าอยู่ในแพ็คเกจใดๆ ใครหิวตอนไหน กินตอนนั้น ใครอยากกินอะไรก็สั่งได้ตามใจ เช้านี้เรากับเพื่อนสั่ง แซนวิชไข่ และ แพนเค้ก น้ำผึ้ง พร้อมกับอเมริกาโน่คนละแก้ว เป็นอันว่าอาหารเราสมบูรณ์แบบแล้ว

เราชอบชีวิตบนเกาะแห่งนี้ ทุกคนที่มามีกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เวลาที่เราใช้บนเกาะเลยหมดไปกับสิ่งที่ชอบ ไม่มีใครมานั่งสนใจใครกัน ต่างคนอย่างอยู่กับตัวเอง และสายชิลแบบเรา สายหน่อย ก็มานั่งรับแดด รับลม สบายยยยย

ช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่น้ำขึ้น และ คลื่นแรง

สายหน่อยก็จะแดดแรงๆ แต่น้ำทะเลก็จะสวยมากขึ้นไปอีก

เนื่องจากเมื่อเช้าเรามาทานมื้อเช้าสายสุด ประมาณ 10 โมงกว่า วันนี้เราเลยข้ามมื้อเที่ยงไปเลยเพราะมันไม่หิวอ่ะ บ่ายนี้เราจะไปพายคายัคกันค่ะ ถึงแม้แดดจะร้อนมากกก แต่มันเป็นช่วงที่น้ำทะเลนิ่งไม่เหนื่อยมากนักกับการพาย

ค่าเช่าเรือคายัค 1 ชม. 150 บาท | เช่าทั้งวัน 500 บาท

และต่อด้วยการดำน้ำตื้น แต่ต้องบอกว่าเราไม่มีรูปใต้น้ำมาฝากทุกคน เพราะ Gopro ของเราพังตอนที่ลงน้ำเลยยย ร้องห้ายยยย มันปกติดีตอนที่เราพายคายัคนะ แต่เมื่อเราเอามันลงน้ำเท่านั้นละ เปิดไม่ติดอีกเลยยยย และใครรักการดำน้ำตื้น แนะนำว่าที่นี่สวยมากไม่ผิดหวังเลย ใครมีอุปกรณ์ดำน้ำ พวกหน้ากาก เอามาเองได้เลย จะได้ไม่ต้องเช่า

ราคาค่าเช่าหน้ากากดำน้ำตื้น และ ชูชีพ (มาเป็นชุด) ค่าเช่า 150 /คน/วัน

เย็นวันนี้เรากับเพื่อนนัดกันว่าเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกกันค่ะ โดยจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะแห่งนี้ เราจะต้อเงดินป่าระยะสั้นๆ เดินไม่ยากค่ะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แนะนำว่าใครไปดูพระอาทิตย์ตกแบบชอบโอ้เอ้แบบเรา ให้เอาไฟฉายไปด้วย เพราะเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้วในป่าจะมืดเร็วมาก

วิวพระอาทิตย์ตกที่เราจะได้เจอเมื่อมาเกาะหวาย

วันที่สองของการอยู่บนเกาะ และเป็นวันแรกที่เราได้ใช้เวลาเต็มวันที่นี่ เป็นวันที่สนุกมาก ได้ทำอะไรหลายอย่าง ได้ใช้เวลากับตัวเอง ได้ออกกำลังกาย ได้ให้รางวัลกับตัวเองที่เรารู้สึกดีมากๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมลุงเจ้าของที่พักถึงมีเงื่อนไขการเข้าพักที่นี่ อย่างน้อยต้องพัก 2 คืน เพราะมันทำให้เราได้สัมผัสบางอย่างในการใช้ชีวิตบนเกาะ

คืนนี้เป็นคืนที่เราเลี้ยงฉลองชีวิตบนเกาะ เลยสั่งอาหารเยอะหน่อยรวมถึง ดริ๊ง ด้วย เราไม่ได้ประหยัดจนเครียดเวลามาเที่ยว จ่ายแบบพอเหมาะพอดี น่าจะโอเคกว่าในความคิดเรา

DAY3

เมื่อวานที่เราได้ขึ้นไปยังหน้าผาที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตก เรารู้สึกชอบวิวฝั่งนี้มาก มันดูสงบและแปลกตาดี ทำให้รู้สึกชอบเกาะหวายมากขึ้นไปอีก เช้านี้เราและเพื่อนเลยใจตรงกันว่าตื่นเช้าแล้วเรามาที่หน้าผานี้กันเถอะ อยากเห็นวิวตอนเช้าว่ามันสวยมากแค่ไหน

บางมุมมีความแอบคล้ายที่ภูเก็ตเหมือนกันนะ เราใช้เวลาในการนั่งนิ่งๆอยู่ตรงนี้นานมาก ชอบอ่ะ วิวสวย และ สงบมากกก

หลังกลับลงมาจากหน้าผา เราใช้เวลากับการนั่งเล่นที่หน้าบ้านนานมากกก และเริ่มทยอยเก็บของไปเรื่อยๆ เพราะวันนี้เราจะเดินทางกลับแล้ว

บ้านหลังที่ 23 วิวหน้าบ้านสวยมากกก

เราเก็บกระเป๋าเสร็จเลยเดินมาสั่งอาหารเช้ากินกันพร้อมกับเคลียร์บิลค่าอาหารทั้งหมดตลอดที่อยู่บนเกาะ และวันนี้เรือจะมารับเราออกจากเกาะประมาณ 11 โมง ใกล้ถึงเวลาบอกลาชีวิตติดเกาะกันแล้ว

ทริปนี้เป็นทริปที่เราสนุกมากกก เป็นทริปติดเกาะแบบไม่ได้สะดวกสบาย ไม่หรูหรา แต่เป็นทริปที่สบายใจ ใส่ชุดว่ายน้ำ ไม่ต้องแต่งหน้า นอนเล่น อ่านหนังสือ นั่งมองทะเล อยู่กับตัวเอง และทะเลที่โคตรสวยที่เกาะหวาย สำหรับใครที่รับความไม่สะดวกสบายเหล่านี้ที่เราเล่ามาได้ และรักทะเล เราอยากจะบอกว่าทริปนี้คุ้มมากก มันคือความสวยงามที่เราได้เห็นกับตาตัวเอง ได้สัมผัส มันคุ้มค่ามากกับความรู้สึก อยากแนะนำให้มาสักครั้งแล้วคุณจะติดใจไม่ต่างกับเราแน่นอน

ค่าใช้จ่ายในทริปนี้

  • ค่าที่พัก คืนละ 800 บาท x 2 คืน = 1600 บาท หาร 2 คน = 800 บาท
  • ค่าเรือคนละ 900 บาท
  • ค่าฝากรถ 50 บาท/คืน x 2 คืน = 100 บาท
  • ค่าน้ำมัน 1500 บาท
  • ค่ากินบนเกาะ ตลอดทริป 2820 บาท /2 คน
  • ค่าเช่าเรือคายัค 150 บาท/ชั่วโมง
  • ค่าเช่าชูชีพและหน้ากากดำน้ำ 150 บาท/คน

หารแล้วตกคนละ 4135 บาท

(เราแนบราคาทุกอย่างที่เราสั่งบนเกาะมาให้ด้วย เผื่อว่าจะช่วยให้สามารถวางแผนการไปเที่ยวได้ง่ายขึ้นน้า)


 KOH WAII PARADISE

ตำบล เกาะช้างใต้ อำเภอ เกาะช้าง ตราด 23170

Tel :  061 424 1556

FB :https://www.facebook.com/KohWaiiParadise/

บ้านมะขาม | บางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ

ถ้าความสุขของใครบางคนคือการช็อปปิ้ง

ความสุขของเราก็คือการตระลอนหนีเที่ยวหาที่พักสวยๆไปทั่ว

ทริปนี้เราเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพ แบบบรรยากาศที่พักให้ฟีลต่างจังหวัดไกลๆเลยล่ะ จุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ “บ้านมะขาม”ณ บางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ หากใครขมวดคิ้วว่าทำเลนี้มันอยู่ที่ไหนไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่ คงต้องอธิบายพิกัดเพิ่มว่า ใกล้ๆบางกระเจ้านั้นหล่ะ (หลายคนต้องร้องอ๋อแน่นอน)

บ้านมะขาม” ที่พักที่อยู่ในลิสต์เรามายาวนาน เป็นอีกหนึ่งที่พักที่อยากแนะนำคนที่อยากพักผ่อนแต่ไม่อยากเดินทางไกล มีเวลา 2 วัน 1 คืนก็สามารถชวนเพื่อนแพ็คกระเป่า แล้วหนีเที่ยวกันได้เลย

บ้านมะขาม ที่พักบรรยายกาศดี ฟีลมูจิ เหมาะสำหรับการพักผ่อน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ แค่บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 

บ้านมะขามมีบ้านพักทั้งหมด 6 หลัง แบ่งเป็น 2 แบบ

  • บ้านสำหรับ 2 ท่าน 
  • บ้านสำหรับ 4 ท่าน

บ้านพักที่บ้านมะขามมีเพียง 6 หลัง โดยมีรูปแบบห้องพักที่คล้ายคลึงกันในด้านพื้นที่ใช้สอย คือ ส่วนห้องนอนเป็นลักษณะยกพื้นสูงจากระดับพื้นปกติ และปูที่นอนบนพื้นยกระดับ

  • ส่วนนั่งเล่นภายในบ้าน เป็นมุมเล็กๆ
  • มีโต๊ะเตี้ยพร้อมเบาะรองนั่งและหมอนอิง
  • ส่วนห้องน้ำ เป็นแบบห้องอาบน้ำพร้อมฝักบัว
  • และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

จริงๆทริปนี้เราไปกัน 4 คนก็พักห้องสำหรับ 4 คนแต่กว่าเราจะไปถึงที่พักก็มืดแล้ว ตอนเช้าเลยขออนุญาตพี่เจ้าของที่พัก ขอถ่ายรูปห้องสำหรับ 2 คนมาฝากทุกคนกันหน่อย โดยรวมฟังก์ชั่นต่างๆเหมือนกัน แค่ขนาดบ้านที่แตกต่างกัน และส่วนของเบาะนอนเท่านั้นเอง

มาดูภายในห้องแบบ 2 คนกันค่ะ

เราชอบการตกแต่งห้องน่ารัก ให้อารมณ์การตกแต่งสไตล Muji สบายตา เน้นการพักผ่อน

ส่วนของห้องน้ำ พื้นที่กว้างเลยค่ะ มีแยกส่วนแห้ง ส่วนเปียก ไม่มีส่วนไหนหลุดคอนเซ็ปเลย ชอบมากกก

บรรยากาศภายในที่พัก มีความอบอุ่นเป็นกันเองมากๆ บ้านแต่ละหลังจะเชื่อมกันด้วยสะพานไม้ มีต้นกระถิ่นที่คอยกั้นแบ่งความเป็นส่วนตัวของบ้านแต่ละหลัง

นอกจากตัวบ้านหลักแล้ว ภายในบ้านมะขามยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกคนได้ใช้ร่วมกัน ที่นี่มีทั้งตู้เย็น ไมโครเวฟ ไว้สำหรับใครที่อยากทานอะไร หรืออยากนั่งทำงาน อยากอ่านหนังสือ โดยจะเปิด 24 ชั่วโมงเลยนะ

ใครมาพักที่นี่ เราแนะนำว่าไม่ควรมาเย็นเกินไปเพราะจะพลาดแสงสวยๆแบบเรา แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้เจอช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุดของบ้านมะขาม และคืนนี้เราก็หลับไปพร้อมกับบรรยากาศสวยๆ ของบ้านมะขามและอยากจะบอกว่าเป็นคืนที่เราหลับสนิทมากในรอบ 1 เดือนเลยล่ะ

DAY 2

เมื่อคืนเป็นคืนที่เราได้หลับสนิทที่สุดในรอบ 1 เดือนเลยล่ะ เช้านี้เลยตื่นเช้าหน่อยเพราะอยากเห็นแสงแรก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามุมที่บ้านมะขามอยู่เราจะสามารถมองเห็นแสงแรกแค่ไหน

เมื่อแสงเช้าไม่ได้เห็นเท่าที่อยากเห็น เราก็เลยพาตัวเองกลับมุดเข้าไปในผ้าห่มต่ออีกหน่อย ก็สมาชิกแก๊งเราไม่มีใครตื่นเลยอ่ะ

เราชอบบรรยากาศตอนเช้าในบ้านพักมากเลยล่ะ มันดูอบอุ่นมากกก

อาหารเช้า ที่บ้านมะขามจะมีอาหารเช้าเป็นเซ็ต โดยเซ็ตนั้นจะประกอบไปด้วย ขนมปัง ไข่กระทะ ข้าวต้ม ผลไม้ และเครื่องดื่มคนละ 1 แก้ว รับรองว่าใครทานหมดคืออิ่มถึงเที่ยงแน่นอน

จริงๆบ้านมะขามก็มีส่วนของคาเฟ่ด้วยนะ ก็คือบริเวณที่เรามานั่งทานขาวกันนี่ล่ะค่ะ โดยตัวคาเฟ่จะเปิดตอน 10 โมงนะ หากใครมาเที่ยวบางกระเจ้า อยากจะแวะมานั่งชิลๆที่นี่ก็ได้เลยค่ะ

อิ่มแล้วก็มาหามุมถ่ายรูปเล่นต่อหน่อย ที่นี่มุมถ่ายรูปสวยและในวันที่ท้องฟ้าใสขนาดนี้ กดไปรัวๆเลยค่ะ

สรุป

หากใครกำลังมองหาที่พักสวย บรรยากาศอบอุ่น ฟีลเหมาะสำหรับการพักผ่อน และที่สำคัญไม่อยากเดินทางไกล เราแนะนำบ้านมะขาม เป็นอีกนึ่งจุดหมายปลายทางที่เราอยากแนะนำให้คุณได้ลองทำความรู้จัก

บ้านมะขาม

38 บางน้ำผึ้ง, พระประแดง, สมุทรปราการ 10130

Tel :  098-828-0983

FB : https://www.facebook.com/bannmakham

Web : https://www.baanmakham.com/

Z9 Resort | หนีเที่ยวไปนอนที่พักวิวสวย กาญจนบุรี

ช่วงนี้เรามีมิชชั่นสำหรับตัวเอง

คือการไปพักผ่อนในที่พักวิวสวยๆเพื่อฮีลใจตัวเอง

ทริปนี้เราเลยขอพาตัวเองหนีเที่ยวมานอนกาญจนบุรีกับหนึ่งในรีสอร์ทวิวสวยมากแห่งหนึ่ง

กาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เราคิดถึงเมื่ออยากพักผ่อน หรือด้วยภูมิประเทศของจังหวัดนี้ ทำให้สามารถเจอธรรมชาติสวยๆได้แบบไม่ซ้ำใครเลยค่ะ และทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Z9 Resort รีสอร์ทวิวสวยที่ได้ชื่อว่าเป็นมัลดีฟเมืองไทยเลยล่ะ

Z9 Resort  ที่พักวิวสวย บรรยากาศดี และมุมถ่ายรูปโคตรปัง ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ริมเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ที่มีวิวสวยมาก พื้นน้ำที่ดูนิ่งราวกระจก พร้อมภูเขาที่รายล้อม เป็นวิวที่สวยมากเลยค่ะ

รูปแบบที่พักของ Z9 Resort แบ่งออกเป็น 2 typs

Escape North (ห้องใหญ่)

บ้านพักลอยน้ำขนาดใหญ่ 50 ตารางเมตร อยู่ทางทิศเหนือของรีสอร์ท หันหน้าเข้าผืนน้ำกว้างใหญ่และทิวเขางดงามตามท้องเรื่อง สามารถพักกายพักใจและเล่นน้ำได้ที่หน้าบ้านพักที่จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนตัวไว้ครบครันให้แด่คุณ เหมาะเจาะกับการเติมเต็มพลังกายใจ

  • ห้องนี้กว้างสามารถเพิ่มเตียงเสริมได้
  • ราคา 6600 บาท/คืน/2คน

South the scene (ห้องเล็ก)

บ้านพักลอยน้ำขนาดพอดีสำหรับ 2 ท่าน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้านหน้าหันเข้าหาผืนน้ำกว้างใหญ่รับกับภูเขาทางทิศตะวันตก เหมาะสำหรับนั่งชมพระอาทิตย์ตกบนไหล่เขาราวภาพวาดในจินตนาการ

  • ขนาดของห้องนี้ประมาณครึ่งหนึ่งของห้องใหญ่
  • ไม่สามารถเสริมเตียงได้
  • ราคา 4500 บาท/คืน/2คน

ห้องใหญ่ VS ห้องเล็ก เลือกแบบไหนดี

เราเชื่อว่าหากใครจองห้องที่ Z9 Resort ต้องมีความลังเลในการเลือกห้องพักแน่นอน เพราะว่าใจมันก็อยากได้ห้องกว้างๆ ใหญ่ๆ แต่ด้วยราคาที่สูงกว่า แต่ก็มีเสียงเล็กๆในหัวพูดว่า แล้วถ้าจองห้องเล็กไปมันถูกกว่าก็จริง แต่มันไม่สวยแบบในไอจีล่ะ เธอจะเฟลมั้ย ???

ไม่ใช่แค่คุณค่ะ เพราะเราก็เป็น รีวิวส่วนใหญ่จะรีวิวห้องใหญ่ทั้งหมด น้อยมากจะมีข้อมูลของห้องเล็ก วันนี้บันทึกนักหนีเที่ยวจะเอาข้อมูลห้องเล็กมาเล่ากันค่ะ เผื่อว่าจะเป็นตัวช่วยให้สามารถเลือกห้องที่เหมาะกับเราได้ดีที่สุด

หตุผลที่เราเลือกห้องเล็ก

หากยกเหตุผลที่จะต้องเอาข้อมูลมารีวิวในทุกคนได้อ่านกัน เหตุผลเราก็มีดังนี้ค่ะ

  • ไม่ว่าห้องไหนวิวที่นี่สวยเหมือนกัน
  • ห้องเล็กประหยัดกว่า
  • ห้องเล็กก็ทำกิจกรรมของที่พักได้เหมือนกัน
  • ห้องเล็กมีเก้าอี้สนามที่เราชอบ แต่ห้องใหญ่ไม่มีนะ (เพราะห้องใหญ่มีบีนแบคแทนค่ะ)

South the scene (ห้องเล็ก)

มาดูห้องที่เราพักในทริปนี้กันค่ะ เราได้ห้องเล็ก Number 207 อยู่กลางๆหน่อย

ด้วยขนาดห้องที่เล็กหน่อย แต่สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องเยอะมากกก ทำให้ภายในห้องจะดูแน่นๆหน่อยนะ ภายในห้องจะมีแอปเปิ้ลเป็น welcome fruit รอเราอยู่ด้วยนะ และ mini bar ทานได้ฟรีค่า

ส่วนของห้องน้ำ ตัวอ่างล้างหน้าและกระจก จะอยู่ในบริเวณห้องหลัก แล้วแยกตัวห้องน้ำและส่วนอาบน้ำเอาไว้ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นะ

แต่มุมที่เราชอบสุดคือระเบียงห้องวิวสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก นั่งมองได้ทั้งวันเลยนะ

ใครเป็นสายกิจกรรมมาที่นี่ไม่เบื่อแน่นอนค่ะ เพราะเขามีตั้งแต่ พายคายัค paddle borad สายกิจกรรมสนุกแน่นอน

วิวผืนน้ำและภูเขาสวยมากจริงๆๆนะ

แต่วันที่เรามาพัก หลังชมวิวได้ไม่นาน ฝนก็โปรยลงมาตลอดทั้งวัน ทำเอาคนขี้เกียจแบบเราไม่ต้องลุกจากเตียงไปไหนเลย ได้พักผ่อนสมใจ 5555

เราชอบที่นี่เพราะไม่ว่ามุมไหนก็สวยไปหมดเลยยยยยย

เราใช้เวลาทั้งวันไปกับการนั่งๆ นอนๆ มองวิวไปเรื่อย หลังๆการหนีเที่ยวของเราคือการเปลี่ยนที่นอน และที่นอนนั้นต้องมีวิวที่อลังการ เพราะแค่นี้ก็เป็นความสุขที่จับต้องได้แล้ว

เช้าวันที่สอง

เมื่อวานเราหลับไปอย่างเต็มอิ่มสุดในรอบหลายวันเลย เช้านี้เลยขอตื่นมาเจอแสงแรกของวัน เพิ่มกำลังใจให้ชีวิตกันหน่อย

Breakfast 

ในส่วนของอาหารเช้า เราจะต้องมาทานกันที่ห้องอาหารนะคะ ราคาห้องรวมอาหารเช้าสำหรับ 2 คนไว้แล้วนะ อาหารเช้าที่นี่จะเป็นบุฟเฟ่ต์ 8.00 – 10.00 น. ไลน์อาหารมีให้เลือกเยอะมากกก และอาหารแต่ละอย่างรสชาติอร่อยด้วย และวิวตรงหน้าคือดีมากกก

ก่อนจะเช็คเอาท์ออกจากที่พัก เราก็เดินเล่นถ่ายรูปมุมต่างๆมาฝากก่อน

สรุป

หากใครกำลังมองหาโรงแรมบรรยากาศดี มุมถ่ายรูปปัง พนักงานน่ารัก อาหารอร่อย เราแนะนำว่ามา Z9 Resort ไม่ผิดหวังแน่นอน และใครกำลังลังเลว่าเลือกห้องเล็กจะดีมั้ย บอกเลยว่าดีมากกก วิวปังเหมือนกัน มีเก้าอี้นามไว้เป็นพร็อบด้วย ดีงามที่สุด

Z9 RESORT

 ตำบล ท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี 71250

Tel :  063 239 4459

FB : https://www.facebook.com/Z9Resort/

Web : https://z9resorts.com/