ไม่ต้องไปถึงวังเวียง แค่สระบุรีก็เพียงพอ

ช่วงวันหยุดวันแม่ 12 สิงหาคม 2560 เรามีช่วงว่างนิดหน่อยจากงาน(ที่รัดตัวมากๆ) ก่อนหนีเที่ยวก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่ดี กราบคุณแม่ล่วงหน้าเทสกาลวันแม่ แล้วหนีไปชิลที่สระบุรี 5555 เนื่องจากคุณแม่ไม่ว่างช่วงเทศกาลวันแม่ บ้านเราเลยถือวันสะดวกเป็นหลัก เพราะยังไงเราก็รักแม่ทุกวันอยู่แล้วเนอะๆ

ทริปนี้สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราค่อนข้างเครียดกับงานมากๆ รู้สึกว่าร่างกายตัวเองต้องการพักผ่อน อยากหนีไปนอนฟังเสียงน้ำไหล หรือ เสียงคลื่นน้ำทะเล เมื่อร่างกายและหัวใจต้องการพักผ่อนจนสั่งให้สมองและมือก็เริ่มต้นค้นหาว่า มีโรงแรมที่พักที่ไหนบ้างในประเทศไทย ที่เราจะสามารถพาร่างกายไปพักผ่อนฟังเสียงน้ำไหล หรือ ฟังเลยคลื่นแบบ  2 วัน 1 คืนได้บ้าง ค้นหาไปเรื่อยๆสุดท้ายก็ไปเจอกับโรงแรมหนึ่งที่อยู่ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่มีธารน้ำตกไหลผ่านโรงแรม และเรามีคนรู้จักเคยไปพักที่นี่มาแล้ว ก็นั่งยัน นอนยัน ว่าที่นี่สบายมากๆ ได้พักผ่อนฟังเพลงน้ำไหลแบบที่ต้องการแน่นอน ทริปนี้เราเลยตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนที่โรงแรม ณดล สตรีมไซด์ ไทย วิลล่า แบบไม่ลังเล 

0090

การเดินทางครั้งนี้เราตัดสินใจว่าจะไม่ขับรถไป เนื่องจากอยากนั่งรถไฟ อยากทำอะไรที่ไม่ง่ายไม่สะดวกบ้าง ถึงแม้จะอยากพักผ่อน แต่ก็ยังอยากผจญภัยอยู่ การเดินทางครั้งนี้เราเลยเดินทางด้วยรถไฟไทย ขบวน 135 ที่มีต้นทางสถานีกรุงเทพ – ปลายทางสถานีอุบลราชธานี แต่เราจะเดินลงที่สถานีมวกเหล็ก เพราะใกล้กับโรงแรมที่จะไปพักมากที่สุด  โดยค่ารถไฟไปกลับคนละ 202 บาท และครั้งนี้เราเลือกจองตั๋วรถไฟไทยแบบผ่านระบบออนไลน์ เพราะเมื่อเข้าไปลองศึกษาการจองในระบบออนไลน์แล้วนั้น ได้ทราบว่าเราจะสามารถระบุบเลขที่นั่งได้ด้วย ซึ่งมันค่อนข้างดีมากๆสำหรับคนที่เลือกจะเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดแบบเรา เพราะหากไม่ได้จองระบุบที่นั่งไปเจอคนเยอะๆ อาจจะต้องยืนตลอดก็เป็นได้ (เราเคยยืนจากสถานีอยุธยา – สถานีกรุงเทพ มาแล้ว เลยตัดสินใจว่ารอบนี้จะจองแบบระบุบที่นั่ง ) สำหรับเราๆชอบระบบจองไปแบบนี้มากๆ ไม่ต้องไปจองคิวซื้อตั๋วที่สถานีมาถึงให้ทันเวลาแล้วก็เดินไปหาที่นั่งของเราได้เลย 

0106

รถไฟที่จะผ่านสถานีมวกเหล็กมีด้วยกัน 3 ขบวน 3 เวลาที่แตกต่างกัน การเดินทางครั้งนี้เราเลยเลือกขบวน 135 ประเภทรถเร็วที่จะออกจากสถานีกรุงเทพ เวลา 6.40 น ถึงปลายทางสถานีมวกเหล็ก 10.13 น แต่ด้วยคอนโดเราไม่ได้อยู่ไกลสถานีรถไฟกรุงเทพหรือสถานีหัวลำโพงเลย แต่ใกล้สถานีรังสิตมากกว่าเราเลยตัดสินใจว่าจะขึ้นที่สถานีรถไฟรังสิตดีกว่า แต่ตั๋วเราจองแบบออนไลน์เราเลือกจองต้นทางกรุงเทพ เหมือนเดิม เพราะอย่างที่บอกแต่ต้นว่าเรากลัวคนเยอะไม่มีที่นั่ง เราเลยต้องยอมจ่ายแพงกว่าแต่มีที่นั่งแน่นอน (การจองตั๋วผ่านระบบออนไลน์ มีข้อแม้ว่าเราต้องจองจากต้นทางหรือสุดที่ปลายทางเท่านั้นจึงจะสามารถจองบนระบบออนไลน์ได้) 

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 21

เราเดินทางเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2560 เช้าของวันเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดยาว และไม่ผิดจากการคาดเดาของเราจริงๆ วันนี้บนรถไฟคนเยอะมาก เยอะจนเจ้าหน้าที่มาบอกเราว่านี่ขนาดเพิ่มมา 3 ตู้ละนะ ยังไม่พอ และการที่เราบอกว่าเราจะขึ้นรถไฟที่สถานีรังสิต ก็แสดงว่าที่นั่งของเราอาจจะมีคนนั่งมาจากสถานีต้นทางกรุงเทพก่อน เมื่อเราขึ้นมาบนรถก็พบว่าโบกี้ที่เราจะนั่งคนแน่นมากกกก แบบมากกกกกกกกกกกกกกก ก็เลยทำได้แค่ยืนตรงหน้าบริเวณห้องน้ำ เพราะไม่สามารถเบียดผู้คนเข้าไปหาที่นังของตัวเองได้ จนเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋วหลังจากเลยสถานีเชียงรากมาแล้ว พร้อมบอกให้เราไปนั่งที่นั่งที่จองมาเพราะเป็นสิทธิ์เราเอง เราเลยบอกคุณเจ้าหน้าที่ว่า เรารอให้ถึงสถานีอยุธยาก่อนดีกว่าคนจะลงเยอะแล้วค่อยเดินไปหาที่นั่ง

0089

เมื่อมาถึงสถานีอยุธยาก็ตามคาด เพราะมีคนลงที่สถานีนี้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ทำให้รถไฟโล่งไปเยอะ แต่ยังไงที่นั่งก็ยังเต็มอยู่นะคะ แต่ตรงโถงทางเดินว่างละ เรากับแฟนเลยเดินไปหาที่นั่งค่ะ  เมื่อมาถึงที่นั่งของเราก็พบว่ามีคนอื่นนั่งอยู่ก่อนแล้ว โดยสองคนที่นั่งอยู่นั้นคนที่นั่งติดหน้าต่างคือ เด็กหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ปี กับคุณลุงที่อายุประมาณ 65 น่าจะได้ แฟนเราเลยบอกเราว่าให้เราไปนั่ง แต่ที่ของเขาๆจะสละให้ลุงนั่งต่อเอง ไม่เป็นไร

0088

เราเลยบอกน้องผู้ชายคนนั้นว่า เราขอที่นั่งนะ เพราะเราจองที่นั่งมาพร้อมยื่นตั๋วให้น้องเขาดู และบอกว่าอีกที่ไม่เป็นไรแฟนพี่เขาให้ลุงนั่งต่อ แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือสายตาไม่พอใจของน้องผู้ชายคนนั้น และไม่มีคำขอบคุณอะไรกลับมาเลยที่แฟนเรายอมยืนไปจนถึงมวกเหล็ก เพื่อยกที่นั่งให้ลุง แต่อย่างไรก็ตามเราสองคนก็มองว่าไม่เป็นไร เพราะถ้าลุงคนนั้นคือญาติของเราๆก็หวังว่า จะมีใครที่มีน้ำใจแบบที่เรากำลังทำให้แก่ญาติของเรา

0085

อีกเหตุผลที่เราเปลี่ยนจากการขับรถมามวกเหล็กแล้วมานั่งรถไฟแทน ก็เพราะอยากนั่งมองวิถีชีวิตของคนที่ใช้รถไฟไทย คนที่กำลังเดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัว คนที่กำลังดำรงชีพจากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ 

0106_1

เรานั่งชมบรรยากาศสองข้างมาเรื่อยๆ ก็มาถึงสถานีมวกเหล็ก สถานีที่เป็นจุดหมายของเรา รถไฟมาถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดไป 5 นาที ซึ่งเราก็ยังถือว่าแบบนี้คือยังตรงเวลาอยู่ (เราเคยเจอที่ต้องรอรถสวนนานมากก)  เมื่อมาถึงสถานีแล้วเรากับแฟนลงมาฝั่งที่ตรงข้ามสถานี เพราะประตูอีกฝั่งมีคนนั่งอยู่ เมื่อลงมาแล้วเรามองลงไปด้านล่างฝั่งตรงข้ามกับสถานีมีร้านอาหารและร้านขายชาอยู่ เราเลยคิดว่าจะลงไปซื้อชาเย็นและถามทางไปสักหน่อย

0103_051322883

ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟเดินลงบันไดมาจะเจอร้านอาหารและร้านชา

ตอนนี้เรามีข้อมูลแค่ว่าโรงแรมอยู่ทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยและต้องนั่งรถสองแถวไปแล้วให้ลงปากซอยเดินเข้าไปด้านในโรงแรมต่ออีกประมาณ 500 เมตร เราเลยไปถามพี่คนที่ขายชาว่าเราจะไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยต้องไปยังไงค่ะ พี่เขาบอกว่าให้รอรถสองแถวสีส้มต้นทางจาก บขส. สุดท้ายที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย แต่ต้องทำใจหน่อยนะ รถมันมี 1 ชม ต่อ 1 คัน รอนานหน่อย เราก็นั่งรอที่ร้านพี่เขาค่ะ ก็คิดว่าไม่เป็นไรตอนนี้มัน10โมงกว่าๆไปตอนนี้ก็ยังเช็คอินไม่ได้อยู่ดี ช้าเราก็รอได้ ผ่านไปเกือบ 20 นาที รถก็ยังไม่มาสักที จนพี่เขาบอกว่ามันมีรถเหมาด้วยนะน้อง ให้ลองขึ้นไปดูที่สถานีปกติเขาอยู่ที่สถานีนะ เราก็โอเคงั้นขึ้นไปสถานีดูเผื่อว่ามีรถเช่าก็ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ตอนกลับเขาจะได้เข้าไปรับเราที่โรงแรม

51322887

เราขึ้นมาบนสถานีรถไฟหันซ้ายหันขวาก็เจอคุณป้าคนหนึ่งเราจำได้ว่าป้าคือคุณที่ขายของบนรถไฟ

เลยถามป้าว่า “หนูจะไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมีรถเหมาบ้างมั้ยค่ะ”

ป้าเลยบอกว่า “มีๆลูก มีรถเหมาคนขับรถชื่ออาร์ต คนนี้คิดราคาไม่แพงคนละ 200 บาท รอรับกลับมาส่งสถานีด้วยแล้วก่อนไปน้ำเจ็ดสาวน้อยพี่อาร์ตคนนี้จะพาไปเที่ยวจุดอื่นๆด้วย”

ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะมามวกเหล็ก เราก็พอจะหาข้อมูลใน Pantip มาบ้างเจอกระทู้หนึ่ง (ต้องขอโทษด้วยค่ะ เราจพำไม่ได้ว่ากระทู้นั้นเป็นของใคร) บอกว่ามีรถเหมาไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยแต่ไม่มีข้อมูลใดๆ เพราะพี่คนนี้ไม่ใช้โทรศัพท์

เราเลยถามป้าว่า “แล้วหนูจะติดต่อพี่อาร์ตได้ยังไง”

ป้าบอก “ติดต่อไม่ได้ลูก เขาไม่ใช้โทรศัพท์”

“ทำไมพี่เขาถึงไม่ใช้โทรศัพท์ละคะป้า”

“เขาเคยทำงานในกรุงเทพมาก่อน ทำงานดีด้วยแต่อกหักเลยกลับบ้านมาดูแลพ่อและตัดขาดจากโทรศัพท์และทุกอย่างไปเลย”

เราถามป้าว่าแล้วพี่อาร์ตจะมาตอนไหน ป้าบอกว่าตอนนี้พี่แกไปส่งคนเด่วคงมาให้นั่งรอที่สถานีก่อน

51322888

เราคุยกับป้าอยู่นานจนรู้ว่า ป้าชื่อป้าไข่ บ้านป้าอยู่ใกล้สถานีแก่งคอย ป้าขายลูกอมบ้าง เม็ดบัวบ้าง ทำอาชีพนี้มานานแล้ว เพราะสามีป้าทำงานการรถไฟ แต่สามีเสียไปนานแล้ว ป้าไข่เป็นคนน่ารักมาก มองโลกในแง่ดี ใจดี ก่อนป้าจะขึ้นรถไฟขบวนที่จะมาเราเลยขอถ่ายรูปป้าไว้หน่อย และบอกป้าว่าเผื่อคราวหน้ามีคนจะมาเที่ยวแบบหนูจะได้ถามหาป้าไข่ เพราะป้าไข่มีข้อมูลทุกอย่างเพียบ ก่อนป้าจะขึ้นรถไฟไปขายของต่อ ป้ายังหันไปพูดกับเจ้าหน้าาที่สถานีรถไฟมวกเหล็กว่า “เด็กเขาจะไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย รอเจ้าอาร์ต ฝากเด็กเขาด้วยนะ ถ้ามีรถอื่นก็บอกเด็กมันนะ” เราได้ยินป้าพูดกับเจ้าหน้าที่รถไฟเราซึ้งในน้ำใจป้าอย่างบอกไม่ถูกจริงๆค่ะ ถ้าใครเดินทางด้วยรถไฟผ่านสถานีแก่งคอยอย่าลืมอุดหนุนลูกอมป้าไข่นะคะ

01110110

หลังจากนั้นเราก็นั่งเล่น เดินเล่นที่สถานีรถไฟมวกเหล็กเพื่อรอพี่อาร์ต เพราะคิดว่าถ้าได้รถเหมา พรุ่งนี้หลังเช็คเอ้าท์เสร็จจะได้ให้พี่เขามารับ เพราะตอนนี้เราไม่แน่ใจว่าหน้ารอโรงแรมกับถนนใหญ่มันไกลมากรึป่าวและแถวนั้นจะหารถสองแถวได้ยากแค่ไหน  รอแล้ววว รอเล่าาา ก็ไม่มีวี่แววของพี่อาร์ตเลย จนเราเริ่มจะถอดใจจะกลับลงไปรอรถสองแถวที่เดิม ก็พอดีกับลุงเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟออกมาถามว่า เราจะไปไหน เราเลยบอกว่า เรารอพี่อาร์ตรถเหมาที่ป้าไข่บอกเอาไว้ ลุงเจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า พี่อาร์ตจะไม่เข้ามาสถานีระหว่างวัน จะกลับเข้ามาอีกทีบ่าย2เลย เพราะมาส่งคนที่กลับกรุงเทพ ลุงเลยบอกว่า ไปเดี๋ยวลงจะพาไปรอรถสองแถว  เราก็โอเคคะ ตามลุงไป ซึ่งมันก็คือที่เดิมตอนแรกที่เราลงไปซื้อชาเย็นแล้วนั่งรอตรงนั้น แต่คราวนี้โชคดี ระหว่างที่เรากำลังเดินลงไป รถสองแถวสีส้มที่เราจะโดยสารก็มาพอดี เรารีบไหว้ขอบคุณลุงมากๆ เพราะตอนรถกำลังจะมา ลุงรีบวิ่งไปบอกให้รถรอเราก่อน (คนสระบุรีใจดีจริงๆ) 

01890112

ก่อนขึ้นรถเราบอกพี่คนขับว่าจะไปโรงแรม ณดล ที่อยู่ทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ไม่ต้องอธิบายมากเพราะพี่คนขับรู้จักโรงแรมนี้ พี่คนขับถามว่าจะให้เข้าไปส่งด้านในมั้ย เราถามว่าพี่คิดราคาเท่าไหร่ พี่คนขับบอกคนละ 20 บาท เรารีบตอบตกลงเลยค่ะ นั่งรถสองแถวมาจากสถานีรถไฟมวกเหล็กไม่ถึง 10 นาที รถสองแถวก็มาส่งเราที่โรงแรม ณดล สตรีมไซค์ ไทย วิลล่า เรามาถึงโรงแรมตอน 12.30 น ซึ่งยังไม่สามารถ Check – in ได้ และด้วยเราไปในวันหยุดยาว แขกที่มาพักในโรงแรมก็เยอะเป็นปกติ เราก็เลยใช้เวลาระหว่างรอเลยถ่ายรูปเล่นรอบๆ Lobby ไปก่อน

0113_0.jpg011401150116012001170122

ถ่ายรูปเล่นอยู่สักพักพนักงานก็มาทำการ check – in ให้ แต่พนักงานแจ้งว่าตอนนี้ยังทำห้องไม่เสร็จรบกวนให้รอก่อน รอห้องไม่ใช่ปัญหาเราอยู่ละ เพราะโรงแรมที่ร่มรื่นมีเสียงน้ำไหลตลอดเวลาแบบนี้รอนานหน่อยก็ไหวค่ะ แต่เมื่อมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเลยเที่ยงมาสักพักแล้ว บวกกับท้องที่เริ่มส่งเสียเราก็เลยตัดสินใจทานมื้อเที่ยงรอห้องเลยละกัน

0118011901210143

โรงแรมนี้มีห้องอาหารแบบ indoor และ outdoor สำหรับรอไม่กลัวเพราะอยากฟังเสียงน้ำไหลมากกว่า ห้องอาหารส่วนนี้จะใช้สำหรับทานอาหารเช้าด้วยนะคะ โต้ะมีเยอะ เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ส่วนเราเลือก outdoor ค่ะ อยากฟังเสียงน้ำไหลมันผ่อนคลายดีค่ะ

014401450146014701480150

ระหว่างรออาหารเราก็ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ ตัวโรงแรมจะมีธารน้ำไหลผ่านสอบถามพนักงานได้ความรู้มาว่า ต้นน้ำของลำธารสายนี้มาจากเขาใหญ่จะไหลลงไปสู่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ซึ่งถ้าใครมาหน้าฝนแบบนี้ก็จะเจอน้ำเต็มแบบนี้ละค่ะ สำหรับหน้าหนาวน้ำจะน้อยกว่านี้และน้ำจะนิ่งค่ะ เราว่าก็น่าจะสวยไปอีกแบบค่ะ

015301510152

ถ่ายรูปเล่นสักพักอาหารก็มาค่ะ มื้อนี้เราสั่งไป 3 อย่างเป็นเมนูแนะนำทั้งหมด แต่ส่วนตัวเราว่ารสชาตยังเฉยๆ ไม่ได้เด่นมาก มื้อนี้ราคาทั้งหมด 860 บาท รวมน้ำและข้าวเปล่าอีก 1 จาน สำหรับคนที่อยากประหยัดเราแนะนำมื้อเที่ยงให้ทานที่ร้านอาหารที่อยู่ตรงที่รอรถสองแถวที่สถานีรถไฟมวกเหล็กค่ะ ร้านนั้นอร่อยและไม่แพงเลยค่ะ แนะนำมากๆๆ  ส่วนมื้อเย็นก็ทานในโรงแรมเพราะว่าสะดวกค่ะไม่ต้องออกไปข้างนอก

0109

ทานข้าวเสร็จเราก็วิ่งลงไปเอาเท้าจุ่มน้ำสักนิดนึง ก็น้ำมันเย็นน่าลงไปเล่นขนาดนี้ใครจะอดใจไหวเนอะ ^^ เรานั่งเล่นอยู่สักพักพนักงานก็มาตามว่าห้องเสร็จเรียบร้อยค่ะ

0157

ตามพี่พนักงานไปที่ห้องกันค่ะ เราจองห้องผ่านทาง Expedia เพราะเรามีคะแนนสะสมอยู่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 1200 บาท ก่อนจะจองเราโทรมาสอบถามทางโรงแรมค่ะ ว่าควรพักแบบห้องแบบไหนดี เพราะโรงแรมมีห้องเยอะเลยคะ  โดยทางโรงแรมแนะนำเราว่าพักเป็นห้อง Creek Deluxe 1 Bedroom ก็ได้ค่ะอยู่ชั้น 1 ของตึกระเบียงจะมองเห็นธารน้ำและได้ยินเสียงน้้ำไหลชัดเจนแบบที่เราต้องการ แต่ตอนแรกเราก็ลังเลว่าพักห้องที่มีพื้นที่ลำธารส่วนตัวดีมั้ยคือห้อง The Villa 1 Bedroom แต่ราคาห้องนี้จะแพงกว่ามากค่ะ พนักงานเลยบอกว่าไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะว่าโรงแรมมีส่วนกลางให้พักผ่อนอยู่มาก  ในที่สุดเราเลยเลือกห้อง Creek Deluxe 1 Bedroom 

523961465239614501775239614401760179

       ในส่วนของมินิบาร์และน้ำในตู้เย็นสามารถทานได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มค่ะ

017801810182018052396142

ในส่วนของระเบียงเราสามารถออกไปนั่งเล่นอ่านหนังสือพร้อมฟังเสียงน้ำไหลชิวๆได้เลย

ห้อง Creek Deluxe 1 Bedroom โอเคเลยค่ะ เราว่าไม่มากไปและไม่น้อยไป เราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินมากก็สามารถพักผ่อนชิวๆในโรงแรมนี้ได้ค่ะ สั่งจากทดลองนอนบนเตียงอันนุ่มๆแล้ว ก็ได้เวลาออกไปสำรวจพื้นที่พักผ่อนส่วนอื่นๆของโรงแรมกันค่ะ

01840186018501870188189โรงแรมนี้มีสระว่ายน้ำสองสระ สระแรกอยู่ที่ล็อบบี้ความลึก 100 ม. และสระในรูปลึก 150 ม.0190019101940192_0019301960195019802070199

เราเดินสำรวจพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางจนทั่ว ขอยืนยันอีกครั้งว่าพักโรงแรมนี้ไม่ต้องพักห้องที่มีพื้นที่ส่วนตัวก็ได้ค่ะ แค่เพิ่งที่ส่วนกลางมาแค่คืนเดียวใช้ไม่ทั่วเลยค่ะ  เมื่อหนำใจกับการสำรวจพื้นที่ส่วนกลางเรียบร้อยแล้วนั้น ก็คงถึงเวลาที่รอคอยกับการลงไปแช่น้ำให้ชุ่มฉ่ำสักที อิอิ

02010202020012081940212

ใครต้องการพาร่างกายมาพักผ่อน ให้ธรรมชาติบำบัด ชอบความสงบแบบนี้ เราแนะนำที่นี่มากค่ะ และในวันที่พักไปพักขนาดว่าเป็นช่วงเทศกาล แต่คนที่เล่นน้ำวันนั้นมีแค่ เรา ฝรั่ง 1 คน ครอบครัวพ่อแม่ลูก แค่นั้นเองค่ะ และถ้าใครมาช่วงหน้าฝนแบบนี้ น้ำจะเยอะ เล่นสนุกเลยค่ะ แต่สำหรับเราแค่ได้นั่งแช่นอนแช่แค่นั้นก็สุขใจ

0205ถ้าเธอทุกข์ใจ ให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ

หลังจากที่เรานั่งเล่นน้ำคนเดียวจนตัวเปื่อยแล้วนั้น ท้องก็เริ่มส่งเสียงแล้วค่ะ จนต้องยอมลุกจากน้ำไปเปลี่ยนชุดแล้วไปทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรมกัน ซึ่งเราได้จองโต้ะและสั่งอาหารไว้ตั้งแต่บ่าย (เรื่องกิน !! จำเป็นต้องวางแผนขนาดนั้นนนน ? )  ในส่วนของห้องอาหารมื้อค่ำก็คือที่เดิมกับเมื่อเช้า เราก็เลือกจองโต้ะตัวเดิมไว้ค่ะ เพราะเป็นมุมที่ชอบสุดแล้ว ข้อเสียหนึ่งอย่างของโรงแรมที่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนี้ ตกกลางคืนเมื่อไหร่ยุงมันจะมาเหมือนเราเป็นแหล่งอาหารอันโอชะของมัน

02140213021502160217

ก่อนจะเดินไปทานมื้อค่ำก็แวะเก็บบรรยากาศสระตอนค่ำหน่อย ใครจะลงมาว่ายน้ำก็ได้นะ สระปิด 2 ทุ่ม

021802190220

มาถึงโต้ะรอไม่นานอาหารก็มาถึงค่ะ ใครมาทานอาหารที่นี่เราแนะนำเมนู โรตีกับแกงมัสมั่นเนื้อ อร่อยมากกกกกกก เรากินไปชมวิวไปฟังเสียงน้ำไหลไป ช่วยในการเจริญอาหารได้ดีมากจริงๆค่ะ ส่วนมื้อค่ำแบบนี้ใครนั่งทานอาหารด้านนอก โรงแรมจะเอายากันยุงมาตั้งให้แต่ละโต้ะ แล้วพัดลมส่วนตัวให้ด้วยค่ะ ตกลงว่าคืนนั้นนั่งทานอาหารแบบไม่มียุงกวนใจ

เช้าวันที่สอง

เราเป็นคนนึงที่ถ้าไปเที่ยวเมื่อไหร่จะตื่นเช้ามากกกกกกกกกกก และวันนี้ก็เหมือนกันค่ะเราตื่นตั้งแต่ 6 โมงกว่า ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกมาซึมซับบรรยากาศตอนเช้าๆแบบนี้ อากาศดีมากค่ะ

0223

นั่งซึมซับบรรยกาศได้สักพักใหญ่ๆ ก็ถึงเลาอาหารเช้าแล้วค่ะ ก็เลยต้องลุกจากภวังค์ของตัวเองไปปลุกคนที่ยังหลับอยู่ให้ออกไปกินอาหารเช้ากัน

02250226022802290227

ในส่วนของไลน์อาหารเช้าของโรงแรมถือว่าเยอะและครอบคลุมเลยคะ แต่เรามาทานตอนคนเยอะ เลยถ่ายรูปมาได้คราวๆนะคะ แต่ยืนยันได้เลยว่ามีทั้งอาหารเช้าแบบไทย อเมริกา ขนม กาแฟ ผลไม้ ครบค่ะ ซึ่งในส่วนของอาหารเช้าเริ่มตั้งแต่ 7.00-10.00 น และส่วนห้องอาหารของคือที่เดิมและเราก็นั่งทานโต้ะเดิมค่ะ  พักโรงแรมนี้รับรองว่าเจริญอาหารแน่นอนค่ะ บรรยากาศมันทำให้เรากินได้เรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อน

0221

หลังทานมื้อเช้าจนอิ่มมากแล้ว ก็กลับมาห้องขอมานั่งชิวๆที่ระเบียงอีกหน่อยให้หายอิ่ม แล้วจะได้เก็บกระเป๋า Check – out กลับเมืองกรุงกัน  สำหรับใครที่มาพัก 1 คืนแบบเราก็ต้องวนๆซึมซับบรรยากาศแต่ละโซนแบบนี้ไปเนอะ เวลาน้อยเราก็ต้องสุขกันแบบน้อยๆหน่อย

เรา Check – out ออกจากโรงแรมตอนเที่ยงตรง แล้วก็นั่งหลบร้อนต่ออยู่ในโรงแรมอีกเกือบครึ่ง ชม ก็เดินออกมารอรถสองแถวที่ถนนใหญ่ทางเข้าโรงแรม จากตัวโรงแรมเดินมาถนนใหญ่ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีค่ะ รอสักอยู่ประมาณ 10 นาที รถสองแถวก็มาก็บอกพี่คนขับมาว่าลงสถานีรถไฟ ค่าโดยสารขากลับคนละ 15 บาท และเราตกลงกันว่ามื้อเที่ยงเราจะไปลองทานร้านที่อยู่ตรงข้างทั้งไปสถานีรถไฟกัน เพราะเราเห็นคนท้องถื่นมาทานร้านนี้เยอะเลยค่ะ 

0232

มื้อนี้เราจ่ายค่าเสียหายไป 160 บาท สำหรับ 2 คน 3 อย่าง ซึ่งขอบอกว่าคุ้มมาก เพราะรสชาติร้านนี้อร่อยว่าที่โรงแรมอีกค่ะ ใครมามวกเหล็กโดยรถไฟ เราแนะนำให้มาทานที่นี่ค่ะ

หลังทานมื้อเที่ยงเสร็จเราก็ไปรอรถไฟกลับเมืองกรุงกันค่ะ สำหรับรถกลับเข้ากรุงเทพรอบนี้จะมาเวลา 14.48 น สำหรับรถไฟรอบนี้เวลาจริงมาเร็วกว่ากำหนดเวลาประมาณ 20 นาทีเลยคะ แต่ก็จอดอยู่เพื่อรอรถสวนทาง  สำหรับขากลับเราสามารถมานั่งตามที่นั่งที่จองไว้ได้เลยคะ เพราะรอบวันนี้คนไม่แน่นไม่เหมือนรอบที่มา นั่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆเวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดไม่นานก็ถึงสถานีรังสิต

0231

สำหรับทริปนี้เป็นทริปที่เราอยากแนะนำสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน แต่มีเวลาไม่มากแบบเรา มวกเหล็กเป็นคำตอบที่ดีอีกที่หนึ่งเลยคะ ดินแดนแห่งความชุ่มฉ่ำของน้ำตก ไว้มีโอกาสเราจะกลับมาพักผ่อนอีกแน่นอน และการได้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถไฟได้มองวิถีชีวิตของผู้คน เราว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง พร้อมกับได้พาตัวเองมาเรียนรู้การเดินทางแบบที่เราไม่คุ้นชินบ้าง มันก็สนุกไปอีกแบบนะคะ 

สรุปค่าใช้จ่าย

สไลด์1

จากราคานี้สามารถประหยัดตรงมื้ออาหารในโรงแรมให้เหลือเพียง 1 มื้อ แล้วมื้อเที่ยงในวันแรกตอนไปถึงมวกเหล็กให้ทานร้านที่สถานีรถไฟค่ะ จะลดค่าใช้จ่ายได้มาก แค่นี้ก็สามารถไปพักผ่อนแบบเบาๆ ในเวลาสั้นไม่ต้องไปถึงวังเวียงแค่สระบุรีก็พอเพียงค่ะ 


วิธีจองตั๋วรถไฟไทยแบบออนไลน์   http://wp.me/p8RAsl-8C

เว็บไซค์ของโรงแรม  http://www.ndolvillas.com/

หรือจองผ่าน Agoda ได้เลยค้า

 

//cdn0.agoda.net/images/sherpa/js/sherpa_init1_08.min.js
var stg = new Object(); stg.crt=”8444005804466″;stg.version=”1.04″; stg.id=stg.name=”adgshp450037375″; stg.width=”1288px”; stg.height=”300px”;stg.ReferenceKey=”LYbTVeDSYS/9909sFF5E8g==”; stg.Layout=”Oneline”; stg.Language=”th-th”;stg.Cid=”1801159″; stg.DestinationName=””;stg.OverideConf=false; new AgdSherpa(stg).initialize();

จองตั๋วรถไฟไทย แบบออนไลน์

ตั้งแต่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการปรับปรุงขบวนรถไฟ เป็นตู้ขบวนใหม่และการจองตั๋วแบบใหม่ ให้ทันสมัยขึ้น ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น เราก็ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางกับรถไฟขบวนใหม่อย่างเป็นทางการสักที แต่เมื่อวันหยุดยาวที่ผ่านมา เรามีแพลนที่จะเดินทางไป อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กับรถไฟไทย เพราะอยากนั่งรถไฟชิลๆ พร้อมชมวิถีชีวิตของคนใช้ยานพาหนะชนิดนี้แบบเพลินๆ  ดังนั้นเราจึงเริ่มต้นค้นหาข้อมูล จนมาเจอว่าตอนนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการให้บริการจองตั๋วโดยสารผ่านระบบออนไลน์แล้ว ทำให้คนที่อยากสำรองที่นั่ง สามารถจองได้ล่วงหน้าตั้งแต่ 60 วัน ถึง 2 ชม. ก่อนเดินทาง  ซึ่งเป็นอะไรที่สะดวกมากๆ เราเลยตั้งใจจะเขียนวิธีการจองผ่านระบบออนไลน์สำหรับคนที่อยากจองแบบเรากัน

eTSRTPR

โดยเว็บไซต์ที่ใช้ในการจองตั๋วโดยสารแบบออนไลน์ เราสามารถไปจองได้ที่ https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/  

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 20

เราก็จะมาเจอภาพหน้าจอแบบนี้  จากนั้นให้เราเลือกเส้นทางที่เราจะเดินทางค่ะ จะเป็นสายภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคใต้ มีครอบคลุมทุกเส้นทางที่เราจะเดินทางค่ะ  จากนั้นก็ให้คลิกรายละเอียดการเดินทางของเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวันที่จะเดินทาง จำนวนผู้เดินทาง เมื่อกรอกครบแล้วก็ให้เราคลิกที่คำว่า ค้นหาขบวนรถ 

ยกตัวอย่างของเราคือ

เราจะเดินทางไปสถานีปลายทาง คือ มวกเหล็ก  สถานีต้นทางคือ กรุงเทพ เดินทางวันที่ 20 สิงหาคม 2560 จำนวน 2 คน 

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 21

เมื่อเราคลิกค้นหาขบวนรถ

หน้าจอก็จะแสดงผลตามภาพด้านบน คือ มีขบวนรถที่มีการเดินทางไปมวกเหล็กทั้งหมด เวลาออก เวลาถึง ประเภทรถและเลขขบวน  จากนั้นเราก็เลือกว่าเราต้องการจะไปขบวนรถเวลาไหน เมื่อตัดสินใจเลือกเวลาแล้วก็ให้กดที่เลือกตู้ 

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 23.08

หลังจากคลิกเลือกขบวนรถเรียบร้อยแล้ว

หน้าจอจะแสดงประเภทของตู้โดยสาร พร้อมราคาค่าโดยสาร จากนั้นให้เรากดเลือกที่นั่งว่างตามประเภทชั้นของรถไฟที่เราเลือก   ครั้งนี้เราเลือกเดินทางแบบชั้น3 ราคาค่าโดยสาร 81 บาท ต่อคน

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 23

หลังจากคลิกเลือกที่นั่งว่าง หากเรายังไม่ได้สมัครสมาชิก ระบบจะให้เราสมัครสมาชิกก่อนเพื่อที่จะได้ทำการเข้าระบบ เข้าสู่ขั้นตอนการจองตั๋วโดยสาร  ซึ่งเมื่อเราสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้วก็ให้กรอกข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบ 

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 23.19

จากนั้นให้เรากรอกข้อมูลของผู้โดยสารให้ครบ แล้วคลิกเลือกที่นั่งเอง (เราจะสามารถเลือกที่นั่งของเราได้เอง) 

2017-08-16 23

ทำการเลือกที่นั่งที่เราต้องการ   ขั้นตอนนี้หน้าจอจะแสดงผลของที่นั่งว่าง (เก้าอี้สีเขียว) ให้เราเลือก  เมื่อเลือกที่นั่งที่เราต้องการได้แล้วให้คลิก ยืนยันการเลือกที่นั่ง

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 23.27

ขั้นตอนการชำระค่าโดยสาร 

ก่อนจะกรอกข้อมูลจ่ายเงินให้เราตรวจสอบขบวนรถไฟ เวลาที่ออก สถานีต้นทาง สถานีปลายทางให้เรียบร้อย  เมื่อข้อมูลถูกต้องตามที่เราต้องการแล้วนั้นให้คลิกชำระเงิน เราสามารถจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิตและเดบิต ซึ่งจากหน้าจอจะเห็นว่าจะมีค่าบริการคนละ 20 บาทด้วย

08-16 23

ขั้นตอนสุดท้าย คือ การปริ้นตั๋วโดยสาร

หลังจากที่เราคลิกชำระเงินเรียบร้อยแล้วระบบจะแสดงหน้าจอที่มีรูปตั๋วโดยสารของเรา ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ก่อนได้ แต่ก่อนเดินทางต้องอย่าลืมปริ้นตั๋วไปด้วยโดยเด็ดขาด เพราะไม่งั้นเจ้าหน้าที่จะถือว่าเราไม่มีตั๋วโดยสาร อาจจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อใหม่ได้

0090

ข้อดีของการจองตั๋วแบบออนไลน์

  1. ง่ายสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ แล้วต้องเดินทางระยะไกลไปจองที่นั่ง(และนอน)ล่วงหน้า
  2. สะดวกสำหรับคนที่ต้องการสำรองที่นั่งแบบแน่นอน สำหรับช่วงการเดินทางที่เป็นวันหยุดยาวเสี่ยงแก่การต้องแย่งที่นั่งกัน
  3. สามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ สำหรับคนที่ชอบสะสมแต้มบัตรเครดิตแบบเราก็เข้าทางเลย

ข้อเสียของการจองตั๋วแบบออนไลน์

  1. ต้องจ่ายค่าบริการ 20 บาทต่อคน
  2. หากต้องการจองแบบออนไลน์จะต้องเป็นเส้นทางที่เริ่มจากต้นทางของขบวนรถไฟสายนั้น หรือ จบที่ปลายทางของขบวนรถไฟสายนั้นเท่านั้น เช่น กทม – มวกเหล็ก สามารถจองออนไลน์ได้  หากจะเดินทางเป็น รังสิต – มวกเหล็ก จะไม่สามารถจองแบบออนไลน์ได้

ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com

เดินทอดน่อง ท่องปีนัง

“เมื่อมนุษย์ไฮเปอร์ ขอตามกระแสไป slow life ที่ปีนัง”

ปก

     เราเป็นมนุษย์ไฮเปอร์คนหนึ่ง ที่อยู่กับที่นานๆไม่ได้ ทำอะไรช้าๆไม่โลดโผนก็ไม่ได้อีก แต่ครั้งนี้เราขอเกาะกระแสเมืองฮิปเตอร์พาร่างกายไป slow life ที่ปีนัง 

ปีนังเมืองเล็กๆของประเทศมาเลเซีย แถมยังเป็นเมืองในกระแสเที่ยวแบบ slow life และดึงดูดชาวฮิปเตอร์ จากโลกทั่ว  การเดินทางครั้งนี้เราเลือกไปตรงกับช่วงสงกรานต์ของไทยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาระยะเวลาของทริปนี้เราอยู่ปีนัง 4วัน3คืน โดยเรามีผู้ร่วมทริปอีกหนึ่งคนที่แฟนเราเอง เราเดินทางด้วยรถตู้ โดยเริ่มเดินทางจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (ซึ่งบ้านเกิดของเราทั้งคู่อยู่ไม่ไกลกับหาดใหญ่และเราทั้งคู่ก็จบจากม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ ดังนั้นหาดใหญ่ก็ถือว่าเป็นถิ่นเรา) ใช้เวลาเดินทางจาก หาดใหญ่-ปีนัง ประมาณ 4 ชม

ด้วยทริปนี้เป็นทริปที่คิดว่าจะ slow life ทำให้เราแทบจะไม่ว่าแผนอะไรเลย จองไว้แค่โรงแรมเพราะไม่อยากไปเดินหาเอาดาบหน้า และรู้แค่ว่าไปปีนังต้องไปเดินตามหาถ่ายรูปวาดบนกำแพงแค่นั้นเอง 

1

การเดินทางด้วยรถตู้จากหาดใหญ่จะมาข้ามด้านที่ด้านสะเดา ตรงนี้ขั้นตอนไม่ยากค่ะ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนเดียวอาจจะโดนถามมากหน่อย เพราะวันนั้นคนบนรถตู้สิบกว่าคนมีเราโดนถามแค่คนเดียว ว่าไปไหน กี่วัน ไปคนเดียวรึป่าว แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ เมื่อเข้ามาในเขตปีนัง คนขับรถตู้จะสอบถามผู้โดยสารว่าจะลงที่ไหนบ้าง ซึ่งตรงนี้ต้องลองถามคนขับดูว่าโรงแรมที่จะไปพักนั้นไปส่งรึป่าว ส่วนของเราไม่ได้ไปส่งนะคะ เราก็ลงที่ตึกคอมต้าแล้วเดินต่อไปโรงแรม ซึ่งระหว่างทางเราก็หาร้านที่ขายซิมเพื่อที่จะได้มี internet ใช้ค่ะ แล้วก็มาเจอร้านนึงเป็นร้านขายคล้ายๆมินิมาร์ท พี่คนขายเป็นคนไทยที่มาแต่งงานที่นี่ พี่เขาเมื่อรู้ว่าเราเป็นคนไทยช่วยเหลือแนะนำเรื่องซิมอย่างดีเลยค่ะ (แต่วันนั้นลูกค้าร้านพี่เขาเยอะเลยอดของถ่ายรูปคู่เลย)S__46456880

ทริปนี้เราเลือกพักที่โรงแรม GLOW Penang Hotel 3 คืน เราจองผ่าน Agodaโรงแรมนี้เป็นโรงแรมใหม่ ห้องพักใหญ่พอสักควรแต่ส่วนของห้องน้ำจะเล็กไปหน่อย ทุกอย่างในห้องพักครบครัน ใกล้ๆโรงแรมมีร้านสะดวกซื้อหลายร้าน มีของกินเยอะแยะเลยค่ะ ถ้าใครพักที่โรงแรมนี้เราแนะนำร้านเบอเกอร์รถเข็น อยู่ด้านซ้ายของโรงแรมจะขายทุกตอนเย็น ร้านเบอกอร์แบบนี้ชาวหาดใหญ่จะเรียกว่า เบอร์เกอร์บัง เรามาถึงมาเลเซียทั้งทีต้องลองเบอร์เกอร์บังของแท้ซะหน่อย รสชาติไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ จนเราต้องมาซื้อทุกเย็น

This slideshow requires JavaScript.

วันแรกของทริปเราเลยเริ่มด้วยการสำรวจปีนังแบบเนิบๆ ไม่รีบร้อน เหนื่อยก็พักแต่ความหิวมันไม่มีพักเลยจริงๆ เราเลยหาร้านอร่อยขึ้นชื่อใน TripAvisor แล้วร้านแรกที่เราเลือกคือ Jawi House Cafe & Gallery ร้านนี้ได้คะแนนรีวิว 4.5 เลยค่ะ ส่วนการเดินทางของเราจากโรงแรมไปร้านนี้นั้น จากที่เราเกริ่นไว้ว่าเราจะมา slow life ที่นี่ข้อมูลเลยแทบไม่ได้หามาเลย แถมไม่ได้หาด้วยว่าจะต้องเดินทางยังไง (เพลียตัวเองจริงๆ) เราก็เลยคิดว่างั้น เราลองใช้ Uber ดีกว่า app เดียวใช้ได้ทั่วโลก และก็ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ Uber ที่ปีนังบริการดีมาก ราคาไม่แพงเลย สะดวกมากๆๆ

10222

เมื่อถึงร้าน Jawi House Cafe & Gallery เราก็สอบถามถึงเมนูแนะนำของร้านและก็ได้ ข้าวหมกแกะ เป็นข้าวที่หุงด้วยเครื่องเทศ ใครชอบเครื่องเทศแบบเราแนะนำมากๆค่ะ และรสชาติจานนี้บอกเลยว่าอร่อยมากกกกกกก เนื้อแกะนุ่มบวกกับเครื่งเทศหอมๆ ฟินสุดจะบรรยายเลยค่ะ เมนูของหวานเราจำชื่อเมนูนี้ไม่ได้แต่อร่อยอยู่ในเมนูแนะนำของร้านด้วย ส่วนบรรยากาศในร้านน่านั่งดีค่ะ  แต่เราไม่ได้ถ่ายบรรยากาศในร้านมาเพราะมีแขกโต้ะอื่นด้วย ส่วนด้านบนของร้านจะเป็น Gallery ร้านนี้พนักงานดูแลเราดีมากๆค่ะ ใครอยากลองมาทานเมนูข้าวหมกแกะ เราแนะนำเลยว่าต้องมาร้านนี้ให้ได้

46

วันแรกเราตกลงกันว่าเราจะเดินสำรวจปีนังแบบช้าๆเนิบๆ (ถ้ารีบๆเดินเอาจริงไม่นานก็จะเดินทั่วค่ะ) อากาศวันแรกที่มาถึงแม้จะไม่มีแดดแต่อากาศร้อนไม่แพ้เมืองไทยเลยค่ะ

12579

เราเดินจนมืดแล้วจึงเรียก Uber กลับโรงแรม กินมื้อค่ำกันแถวๆตลาดหน้าโรงแรมค่ะ แต่ตอนไปตลาดไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ เพราะมั่วแต่กินกันอยู่ลืมถ่ายรูปไปเลย เราชอบอาหารแนว street food ที่นี่เพราะให้เยอะราคาถูก แถมอร่อยถูกปากด้วยค่ะ


Day 2

วันที่สองเราตั้งใจว่าจะไปเดินหาภาพวาดที่ซ่อนไว้ตามผนังต่างๆกันค่ะ โดยวิธีการเดินทางของเราก็เหมือนเดิมค่ะ Uber คือคำตอบ  11

วันนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะแถมอากาศร้อนมากด้วยค่ะ เราเลยขอหลบเข้าร้านกาแฟกันก่อน

13141516

ร้าน awesome เป็นร้านฮิตอีกร้านหนึ่งเลยค่ะ ระหว่างที่เรานั่งอยู่ในร้านนักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาไม่ขาดสายเลย ร้านนี้เป็นอีกร้านที่น่าแวะมานั่งเล่น เพราะมีมุมให้ถ่ายรูปหลายมุมเลยค่ะ แถมอยู่ใกล้กลับย่านstreetของปีนัง หลังจากนั่งแช่อยู่ในร้านพักใหญ่ๆจนได้เวลาที่ควรออกมาเดินถ่ายรูปเล่นละ

17

ตามแหล่งท่องเที่ยวหรือโรงแรมในปีนังจะมีแผนที่แจกฟรีสำหรับให้เราเดินตามหารูปวาดนะคะ เพราะว่าถ้าไม่มีแผนที่บางภาพหายากเหมือนกันค่ะ

19202124

เราสองคนไม่ซีเรียสในการหาค่ะ เดินสนุกๆ บางภาพมีคนต่อแถวรอถ่ายรูปเยอะมาก เราก็ได้แค่ซึมซับบรรยากาศแล้วเดินต่อ ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวเราเลยไม่ขอสู้ในการรอต่อคิวถ่ายรูปค่ะ จะเห็นได้ว่าทริปนี้เราอาจจะไม่มีรูปมาครบเหมือนท่านอื่นๆที่เคยรีวิวไว้

2532182627

ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าว เราเลยต้องแวะเติมทานน้ำมะพร้าวน้ำหอมกันค่ะ เสร็จแล้วก็เดินถ่ายรูปกันต่อ

31362830343335

หลังจากที่เราเดินถ่ายรูปเล่นและสู้กับอากาศร้อนอบอ้าวจนไม่ไหวแล้ว เราเลยขอหนีกลับโรงแรม  แล้วค่อยออกมาหาอะไรทานของค่ำ อากาศที่นี่ร้อนมากจริงๆค่ะ ใครมาเที่ยวควรพกน้ำติดตัวไว้เลยค่ะ  ส่วนตอนค่ำเราก็หาอะไรทานแล้วโรงแรมเหมือนเดิม


Day 3

วันที่สามของการเที่ยว วันนี้เราตั้งใจว่าจะเที่ยวแบบเก็บตก ชมเมืองเรื่อยๆเริ่มสำรวจตั้งแต่รอบๆโรงแรมไปยังย่านต่างๆค่ะ วันนี้เราจะใช้วิธีเดินเท้าเป็นหลักค่ะ ร้อนหน่อยแต่ก็อดทนเอา เพราะพรุ่งนี้เราแพลนว่าจะตื่นสายๆ check – out แล้วรอรถตู้มารับที่โรงแรมกลับหาดใหญ่เลย

40

วันนี้เราเริ่มเดินสำรวจจากบริเวณโรงแรมก่อนค่ะ

3839

เราเดินมายังถนนด้านหลังของโรงแรมแล้วก็มาเจอกับร้านขาย Vespa สุดเท่ห์ด้วยความบังเอิญ     เราชอบการตกแต่งร้านต่างๆในปีนังมาก ให้อารมณ์สมกับที่เป็นเมืองอาร์ตจริงๆ 

41

มื้อเที่ยงของวันนี้เราเลยแวะทาน McDonald’s ไหนๆก็เดินผ่านมาละ

4243

วันนี้เราตั้งใจจะไปร้านโฟสการ์ดเก๋ๆที่ชื่อว่า The Postcard Shop ให้ได้ เรารู้จักร้านนี้จากการตาม Instagram ของบล็อกเกอร์ชาวมาเลเซีย เลยเก็บในลิสต์ว่าถ้าไปปีนังต้องไปร้านนี้ให้ได้ ส่วนถ้าถามที่ตั้งว่าอยู่ตรงไหนของปีนัง จริงๆเราก็จิ้มแผนที่ให้ Uber พามา (5555 มึนๆทางก็จำไม่ได้อีก)

44

สิ่งที่เราชอบมากเวลามาเที่ยวคือการเขียนโพสการ์ดกลับไปหาตัวเอง 

ภายในร้านนี้ห้ามถ่ายรูปนะคะ จะมีคุณป้าเจ้าของร้านเดินประกบเราอยู่ตลอดเลย แต่เราซื้อโพสการ์ดของเขาเราเลยขออนุญาตถ่ายรูป คุณป้าที่เจ้าร้านก็บอกว่าได้ๆแต่ห้ามถ่ายส่วนอื่นของร้านนะ

45

ระหว่างทางในเมืองปีนังมีมุมให้เราถ่ายรูปเล่นเยอะมากจริง

เสร็จจากร้านโพสการ์ดเราก็เดินกันต่อ เพื่อจะไปอีกหนึ่งร้านที่รู้จักมาจากการตาม Instagram บล็อกเกอร์ชาวมาเลเซียอีกนั้นแหละ

46474849

ร้านที่เราว่าก็คือร้านชายเสื้อผ้าแฟชั่นร้านนี้แหละค่ะ ร้านชื่อ Sixth Sense เป็นร้านน่ารักๆอีกร้านที่ใครมาปีนังเราว่าควรแวะมาเลย โดยเฉพาะสาวๆที่นี่มีเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับแฟชั่นเก๋ๆเยอะมากค่ะ แถมพนักงานในร้านน่ารักทุกคน นักท่องเที่ยวเข้ามาแค่ถ่ายรูปก็ไม่ดุนะคะ  แอบบอกว่าเราใช้เวลาอยู่ในร้านนี้ค่อนข้างนานเลยค่ะ อิอิ

5051

เนื่องจากร้าน Sixth Sense อยู่ติดกับร้านกาแฟชื่อดังอีกร้านของปีนัง คือร้าน China House ร้านนี้เป็นร้านที่เค้าแวะเข้ามาหลบร้อนค่ะ โชคดีอนที่เรามาโต้ะว่างพอดี ใครมาช้าก็ต้องรอคิวกันไป เพราะร้านนี้คิวล้นจนออกไปด้านนอกเลยค่ะ

52

หลังจากหลบร้อนจากร้านกาแฟเสร็จก็ถึงเวลาเดินชมเมืองเรื่อยๆกันต่อค่ะ

23545355

ช่วงบ่ายของวันที่สามเราก็ใช้เวลาเดินเนิบๆชมวิวเมืองปีนัง ดูวิถีชีวิตของผู้คนกันไป ที่รูปไม่เยอะเพราะเราก็วนกลับมาที่เดิมๆที่เคยมาแล้ว เราเลยให้เวลาปล่อยความคิดไปกับเมืองฮิปเตอร์เมืองนี้ไปเรื่อยๆ สมกับเป็นทริปเดินทอดน่องของเราจริงๆ

56

หลังจากเดินเล่นชมเมืองกันจนเหนื่อยเราเลยขอกลับโรงแรมมาตั้งหลักก่อน แต่นั้นแหละค่ะ ความหิวของเราทั้งคู่มันไม่หยุดพักเลยจริงๆ เราเลยหาว่าใกล้ๆโรงแรมมีร้านอะไรที่ควรไปโดนบ้าง แล้วรีวิวใน TripAdvisor ก็พาให้เรามาที่ร้าน Soul Cafe ซึ่งร้านนี้อยู่ภายในตึกแถวสีสวยๆในภาพนี้ละค่ะ ลูกค้าของร้านนี้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่นักท่องเที่ยว จะเป็นคนพื้นที่ๆมาทานกับครอบครัว กลุ่มเพื่อนมากกว่า

575859

ร้านนี้อาหารอร่อย พนักงานบริการดีแถมหน้าตาน่ารักแบบเกาหลีด้วยค่ะ สมชื่อร้านจริงๆ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศอาหาร street food ร้านนี้เป็นอีกร้านที่น่ามาลองนะคะ

37

ส่วนตอนค่ำของเราก็เหมือนเดิมเรากินอาหาร street food ใกล้ๆโรงแรม เพราะตลาดแถวนั้นมีอะไรให้ลองเยอะมากจริงๆค่ะ


Day 4 and บทสรุปปีนัง

29

วันสุดท้ายเราไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน เพราะวันนี้ตั้งใจจะตื่นสายๆ อาบน้ำ check – out แล้วรอรถตู้ที่จองไว้มารับกลับหาดใหญ่ โดยขากลับรถตู้จะมารับเราที่โรงแรมเลยค่ะ การมาเที่ยวปีนังครั้งนี้ ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกของเรา แต่ปีนังก็ยังคงเป็นเมืองเล็กๆที่ทำให้เราตกหลุมรัก ปีนังเป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ห์มากเมืองหนึ่ง เป็นเมืองในประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางง่าย เที่ยวง่ายไม่ต่างจากไทยเลยแค่ใช้ภาษาอังกฤษ เราแนะนำว่าใครชอบเมืองฮิปเตอร์อาร์ตๆ ปีนังเป็นเมืองที่คุณจะหลงรักที่นี่ ส่วนใครไฮเปอร์แบบเราแนะนำว่าใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3วัน 2คืน ก็เพียงพอ และใครที่อยากเริ่มเที่ยวต่างประเทศ มีเวลาไม่เยอะ งบจำกัด ปีนัง เป็นอีกหนึ่งเมืองที่อยากแนะนำให้คุณมา

บทสรุปปีนัง

ค่าใช้จ่ายS__48709640***อัตราแลกเปลี่ยน 1ริงกิต = 8บาท

  • รถตู้ไปกลับ หาดใหญ่ – ปีนัง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ksttravelthailand.com/
  • ซิมโทรศัพท์ เราซื้อซิม Digi ใช้เน็ตได้ 2.5 gb ราคา 18 ริงกิต (เราอยู่4วันเล่นเน็ตตลอด ยังเหลือๆ)
  • Uber การเดินทางที่เหมาะสำหรับคนไม่เตรยมข้อมูลแบบเรา นั่งสบายๆ ชมเมืองเพลินๆ คนขับ Uber ที่นี้มารยาทดีทุกคน แถม GPRS ตรงเป้ะ
  • ควรแลกเงินมาให้พอ เพราะถ้ามากด ATM ที่นี่เรทจะแพงกว่าใช้บัรเครดิตเยอะเลย
  • ค่ากิน จะเห็นว่าค่ากินเราเยอะ เพราะเราจะกินอาหารแนวstreet food สลับไปกับการนั่งร้านสบายๆบ้าง แต่ราคานี้ที่เรากินไปคือ อิ่มอ้วนทุกวัน 555

ปล. รีวิวนี้อาจจะไม่ได้มีข้อมูลครบถ้วน แต่อยากให้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่เริ่มออกเดินทาง

ขอบคุณสำหรับการติดตาม #บันทึกนักหนีเที่ยว มากๆนะคะ

แล้วครั้งหน้าเราหนีไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ


ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com

NEW YORK ปลายทางความฝัน


           New York มหานครความศิวิไลซ์ของโลกใบนี้ หนึ่งในจุดหมายปลายทางของหลายๆคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือฉันเอง 

S__43581481       การเดินทางครั้งนี้ New York เป็นส่วนหนึ่งของ USA trip โดยจุดหมายปลายทางหลักของทริปคือ Florida เพราะต้องไปร่วมงานโรงเรียนของน้องชาย ก่อนกลับไทย เราเลยขอแวะเที่ยว New York

ก่อนจะเริ่มทริป New York น้องชายซึ่งเคยไปเที่ยวมาก่อน ก็เตือนว่าอย่าคาดหวังเยอะ เพราะ New York เมืองใหญ่ ผู้คนหลากหลาย อาจจะหาน้ำใจจากคนที่นี้ยาก คนไร้บ้านเต็มไปหมด ของราคาแพง และสกปรก มันอาจจะไม่เป็นเหมือนฝัน  

S__43597860

ส่วนตัวจากการเดินทางมาหลายๆทริป ทำให้ตัวเราเองเข้าใจถึงเมืองใหญ่ เมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคน บางครั้งมันก็จะมีมุมที่ไม่เหมือนฝันอยู่เหมือนกัน  สำหรับ New York ถึงแม้มันอาจจะไม่เป็นเหมือนฝัน ก็ขอสักครั้งให้ตัวเองได้ไปเยือน ด้วยคำเตือนจากน้องชาย เลยทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่ไม่ว่าจะยังไง New York ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางในฝันที่อยากไป 

S__43597861

ช่วงที่เราไปอากาศไม่ค่อยจะเป็นใจ เราเจอแดดแค่ 2 วันสุดท้ายของทริป ดังนั้นทริปนี้เลยได้เห็น New York ในมุมหม่นๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของ New York ลดน้อยลงไปเลย

    (มีสรุปค่าใช้จ่ายไว้ตอนท้ายนะคะ)

S__43728898


Day 1

Brooklyn Bridge 

S__43597915

เชื่อว่าถ้าพูดถึง New York สะพาน Brooklyn จะเป็นสถานที่แรกๆที่หลายคนนึกถึง วันแรกของทริปเราเลยมุ่งหน้าไป Brooklyn Bridge โดยเรานั่ง subway มาลงฝั่ง Brooklyn เหตุเพราะเราหิวและตั้งใจจะไปทาน Shake Shack ที่สาขานี้ด้วย ตลอดทั้งบ่ายของวันนั้นเราเลยใช้เวลาเดินเล่นชมวิวรอบๆ สะพาย Brooklyn วันแรกสำหรับเราสองคนพี่น้องเน้นชิลๆค่ะ ไม่รีบร้อน อยากซึบซึมเมืองในฝันให้เต็มที่

S__43974808

S__43597917S__43597918

“วิว Manhattan จากฝั่ง Brooklyn ไม่ไกลกับร้าน Shake Shack “

S__43597930S__43597927

“วิวด้านขวาของสะพาน Brooklyn จะมองเห็นสะพาย Manhattan และตึก Empire State “

S__43597934S__43597925


Time Square

ทริปนี้เราพักโรงแรมที่อยู่ใน Time Square เลย แต่เราไม่ได้ตื่นเต้นกับ Time Square มากนัก เพราะตัวสถานที่จริงๆมันคือ แหล่ง Shopping ที่รวมร้านค้าต่างๆเอาไว้ บวกด้วยป้ายไฟโฆษณาที่เป็นเอกลักษณ์ของ Time Square แถมshop สาขาที่นี้ส่วนใหญ่จะปิดดึก เหมาะกับขาช้อปมากๆค่ะ

S__43614214S__43614210S__43614211


Day 2

View From Top of The Rock 

เช้าวันที่ 2 ใน New York เราเริ่มด้วยการไปดูวิวมุมสูงบนตึก Rockefeller โดยการขึ้นไปชมวิวด้านบนนั้นต้องจ่ายคนละ $34 ซึ่งเราซื้อ 3 City Pass มาก่อน เพราะจะได้สะดวกไม่ต้องต่อคิว ใครมี Pass หรือ ซื้อตั๋วล่วงหน้าในเว็บ http://www.topoftherocknyc.com มาก่อนแล้วสามารถแสดงตั๋ว แล้วขึ้นไปด้านบนของตึกได้เลย วันที่เราไปดันเป็นวันที่ฝนตกซะงั้น เราก็เลยได้เห็น New York สีเทาๆ

S__43614234

” ไฮไลซ์วิวจากตึก Rockefeller คือสามารถมองเห็น Empire “

S__43614231S__43614235

“และอีกด้านคือ Central Park”

S__43614233S__43614232

ภาพวิว New York ที่เห็นตรงหน้ามันทำให้คนที่ใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งอยากจะไป New York สักครั้ง เอ่อล้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ยาก แต่ความรู้สึกนั้น มันเหมือนกับว่าความฝันที่วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว 


St. Patrick’s Cathedral + Fifth Avenue

จากตึก Rockefeller เดินต่อมาอีกนิดก็จะเจอกับ St. Patrick’s Cathedral แต่วันนั้นเราไม่ได้เข้าไปด้านใน เนื่องจากฝนเริ่มตกอีกครั้ง กล้องเราสองคนพี่น้อง ไม่มีใครกันความชื้นเลย บวกกับอาการหิวแล้วด้วย เลยได้แต่ถ่ายรูปชมความสวยงามจากด้านนอกแทน

S__43646982

จากนั้นเราก็เดินถ่ายรูปเล่นบนถนน Fifth Avenue ก่อนจะไปหาอะไรทาน ถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยแบรนด์หรูๆเยอะมากค่ะ ส่วนตัวเราว่า Fifth Avenue ค่อนข้างกว้าง แบรนด์แต่ละแบรนด์ไม่ได้อยู่กระจุกกันแบบ Soho ใครมา New York ถึงจะไม่ช้อปปิ้งกระเป๋าหนักก็ยังแนะนำให้มาเดินเล่นที่นี้ค่ะ เพราะถนนเส้นนี้บรรยากาศถ่ายรูปสนุกเลย

S__43663390S__43663388S__43663380S__43663381


Soho

Soho เป็นย่านที่เราชอบมาก ถึงขนาดไปมา 2 รอบเลยค่ะ ย่านนี้รวมแบรนด์ดังไว้เยอะมากทั้ง hi-street , hi-end รวมถึงร้านที่ไม่ได้ติดแบรนด์ ขอบอกว่าถ้าใครชอบช้อปปิ้ง ต้องหลงรักย่านนี้แบบเราค่ะ ย่านนี้เราว่ามีเสน่ห์มากๆ ทั้งตัวอาคาร ผู้คน การแต่งตัวเก๋ๆ ไม่ใช่แค่คนชอบช้อปปิ้ง คนที่ชอบถ่ายรูปแนว street ก็แนะนำย่านนี้เลยค่ะ

S__43974807

S__43663396S__43663397S__43663398S__43663435S__43663451S__43663395


Flatiron Building

สำหรับ Flatiron Building ตึกรูปทรงแปลกตา ภายในตึกไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนะคะ แต่ถ้าใครตามบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะต้องเคยเห็นคุ้นๆตากับตึกสามเหลี่ยมที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ New York  ใครมา New York อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปกับตึกนี้นะคะ

S__43663457S__43991042S__43663454


Day 3

Central Park

เริ่มต้นวันที่ 3 ด้วย Central Park ซึ่งพื้นที่ของ Central Park กว้างมากๆ ถ้าเดินทั่วคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชม แบบไม่ได้นั่งชมนกชมไม้เลยค่ะ ขอแนะนำคนที่มีเวลาให้มาเดินเล่นที่นี้ค่ะ เพราะด้านในบรรยากาศดีมากๆ เย็นสบาย สงบ จนไม่อยากเชื่อว่าเราอยู่ New York เลยจริงๆ แต่วันนั้นเราสองคนพี่น้องดันหิวอีกแล้ว บวกกับลมที่เย็นมากๆพัดปะทะตัว ทำให้การเดินเล่น Central Park ของเราเป็นแค่การเดินผ่านๆเพื่อไปหาอะไรทานใกล้ๆกับ Museum ซึ่งเป็นแพลนต่อไป (พลาดเพราะความหิวตลอดดดดด)

S__43974763S__43974762S__43974761S__43679750S__43679749S__43974764


The Metropolitan Museum of Art New York

The met museum เป็น museum ที่เราชอบมากๆเลยค่ะ ถือว่าเป็นสถานที่ๆชอบสุดของทริปนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมา New York เพื่อนฝรั่งชาวเมกา ก็บอกว่า museum นี้  ยังไงก็ต้องไปให้ได้  ส่วนตัวเราชอบงานศิลปะเป็นทุนเดิม แต่ไม่ถึงกับเข้าใจลึกซึ้ง บวกกับการที่ใครๆก็บอกว่าควรมา เราจึงมาตามคำแนะนำ เมื่อได้มาด้วยตนเอง เข้าใจเลยค่ะ ว่าทำไมใครๆถึงแนะนำที่นี้ เพราะมันมีอะไรให้หลงไหลเยอะมากจริงๆ ถึงคนที่ไม่เข้าใจศิลปะ ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษ ยังไง เราว่าก็ควรมาสักครั้งให้ได้ค่ะ  ที่นี้ใช้เวลาอย่างต่ำ 2 ชม แบบเดินชมผ่านๆนะคะ เพราะใหญ่มากกกกกกกกกกกกกก

S__43974768S__43974785S__43974786

” บรรยากาศด้านหน้า museum วันทีเราไปคนเยอะมากเลยค่ะ “

S__43974720

ส่วนค่าเข้าชมนั้น จริงๆสามารถเลือกใช้  3 City Pass ที่เรามีได้นะคะ แต่เราเลือกที่จะจ่ายแบบบริจาคมากกว่าค่ะ เพราะเราจะเก็บส่วนของ Pass ไว้ใช้ที่อื่นและมันก็คุ้มกว่าด้วย เมื่อถึงก็ซื้อตั๋วด้านหน้าก่อนขึ้นบันไดเลยค่ะ โดยเราจ่ายไปในราคาคนละ $5 ซึ่งราคานี้ถือว่าถูกมากและคุ้มมากกับการศิลปะด้านใน

S__43974767S__43974771S__43974770S__43974773S__43974774S__43974775S__43974716S__43974717S__43974719S__43974769S__43974721S__43974772S__43974718S__43974715S__43974714S__43974780S__43974779S__43974778

สำหรับ the met museum แนะนำมากๆค่ะ แค่เข้าไปเดินดูผ่านๆก็คุ้มมากๆแล้ว


View from Empire State Building 

S__43974799

หลังออกจาก museum เราสองคนพี่น้อง ลองเช็คอากาศดูแล้วว่าเย็นนี้น่าจะไม่มีฝน แล้ววันพรุ่งนี้อากาศก็พอๆกับวันนี้ เราเลยตัดสินใจว่า งั้นเย็นนี้เราจะไปดูวิวมุมสูงบนตึก Empire State กัน สำหรับค่าเข้าชมวิวบนตึกนั้น ราคาคนละ $34  ส่วนเรานั้นมี 3 city pass มาก็แค่แสดง pass แล้วก็สามารถขึ้นไปบนชั้น 86 ได้เลย

S__43974810

แต่เมื่อเราขึ้นไปถึงชั้น 86 แล้ว แม่จ้าวววววววววววว !!!!!

หมอกเลยค่ะ หมอกแบบปะทะหน้า คือด้านล่างอากาศดี แต่ด้านบนนี่ไม่เห็นอะไรเลย 

S__43974813S__43974816S__43974817S__43974814S__43974815S__43974811S__43974809

แม้ว่าหมอกจะบดบังวิว แต่มันก็ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศที่สวยไปอีกแบบ


Macy’s

สุดท้ายของวันนี้เราเลยขอไปเดินเล่นที่ห้าง Macy’s ขอบอกว่าขาช้อปยังไงก็ควรมานมัสการห้างนี้จริงๆ ที่นี้ของไม่ได้ราคาถูกแบบต้องซื้อ แต่เราว่ามันมีของบางชิ้นที่สาขาอื่นของหมดแต่ที่นี้มี และข้อเสียของห้างนี้คือ ของคุณผู้ชายจะน้อยหน่อยค่ะ

S__43991050S__43974838S__43991045S__43991046


Day 4

Statue of Liberty 

S__44023853

สำหรับเช้าวันที่ 4 เราเริ่มต้นด้วยการไปชมเทพี เสรีภาพ เพราะถ้าถึงนึก New York ก็ต้องนึกถึงสิ่งนี้ โดยครั้งนี้เราไม่ได้ขึ้นไปบนเกาะนะคะ แต่เราจะไปนั่งเรือชมวิวเทพีกันค่ะ เราสองคนพี่น้องปรึกษากันแล้วว่า เราอยากเห็นวิวที่มี Statue of Liberty มากกว่าการไปอยู่บนเกาะแล้วมองกลับมา

S__44023894

สำหรับตั๋ว ราคาคนละ $30 แต่เรามี 3 city pass ก็แค่เอาpass มาแลกตั๋ว แล้วรอขึ้นเรือค่ะ โดยเรือจะมี 3 รอบนะคะ รอบเช้า 10.30 รอบบ่าย 14.30 และ 16.30 แต่ละรอบใช้เวลา 1 ชม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามนี้เลยค่ะ  https://www.circleline42.com  สำหรับเราเลือกเป็นรอบเช้า เพราะเวลาถ่ายรูปแสงจะเข้าหน้าเทพีพอดี ถ่ายออกมาจะสวยกว่าค่ะ

S__44023842

และแนะนำว่าให้รีบมาแต่เนินๆหน่อย จะได้จองที่ริมๆไว้ถ่ายรูปชัดๆค่ะ ส่วนเรือจะมี 2 ชั้นนะคะ ชั้นบนถ้าขึ้นไปต้องจ่ายเพิ่ม ซึ่งเราก็เลือกจ่ายเพิ่มเพื่อจะได้เห็นวิวชัดๆ และด้านบนคนไม่แน่นค่ะ (แต่เราจำราคาที่จ่ายเพิ่มไม่ได้)

S__44023879S__44023899S__44023875S__44023878S__44023845

“เช้าวันที่เราไปก็ยังไม่มีแดดนะคะ ภาพสีเลยเทาๆไปหน่อย”

S__44023847

“จะค่อยๆเริ่มเห็น statue of liberty ชัดขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ”

S__44023848S__44023849S__44023851S__44023853S__44023873

“เย้  !!! ช้านนนนนมาถึงนิวยอร์กจริงๆละน้าาาาาาาาา”

สำหรับใครที่อยากเห็นเทพีเสรีภาพแบบเต็มๆด้วยตัวเองสักครั้งแบบเรา ขอแนะนำให้นั่งเรือชมวิวแบบนี้ค่ะ ใช้เวลาไม่เยอะ วิวชัดเจน คุ้มค่ามากๆ และแนะนำให้มารอบเช้านะคะ ภาพแสงจะออกมาสวย 


The High Line 

จากท่าเรือเดินเท้าต่อมาอีกหน่อยก็จะถึง the high line ที่นี้ชาวนิวยอร์กแนะนำเรามาค่ะ ว่าให้ลองมาดู

สำหรับ the high line เป็นสวนสาธารณะย่อมๆ ที่นี้ถ้าเป็นวันอากาศดี น่ามานั่งเล่นชมวิว แต่ที่นี้ไม่ได้มีอะไรตื่นตาตื่นใจ แนะนำว่าถ้าใครมีเวลาเหลือ ไม่รู้จะไปไหน แนะนำให้ลองมาเดินเล่นที่นี้ค่ะ

S__44040200S__44040201S__44113926S__44113927S__44113923


Wall Street 

ช่วงบ่ายวันนั้นเราไปต่อกันที่ wall street ค่ะ ตั้งใจว่ามา New York แล้วก็จะไปหาพี่กระทิงซะหน่อย ย่านนี้ถือว่าเป็นย่านทำงาน ไม่ได้คึกคักแบบสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆสักเท่าไหร่

S__44400670S__44400667S__44400668

เราก็เดินตามหาพี่กระทิงค่ะ อยากจะขอถ่ายรูปด้วยสักหน่อย แต่ที่ไหนได้  คนเยอะมากกกกกกก เลยยอมแพ้ งั้นขอแค่ยืนซึมซับอยู่ห่างๆก็แล้วกัน  ดังนั้นใครจะมาถ่ายรูปคู่กับพี่กระทิง ขอให้ทำใจมาล่วงหน้าเลยค่ะ ว่ายังไงก็นานและคนเยอะแน่นอน

S__44400671S__44400672S__44400673


National September 11 Memorial

9/11 memorial เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเราอยากไปมากของทริปนี้ เพราะเรายังจำข่าวใหญ่ ช็อกโลก ที่มีการจี้เครื่องบินพุ่งชนตึกได้ดี ซึ่งปัจจุบันในจุดที่เคยเป็นตึก world trade 2 ตึก ได้มีการสร้างอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่เราไม่ได้เข้าไปในตัว museum นะคะ แค่ซึมซับบรรยากาศอยู่รอบๆ

S__44417036S__44417035S__44417033S__44417034S__44417038

และตอนนี้ได้มีการสร้างตึก One World Trade ขึ้นมาแทนตึกเดิมที่ถล่มไป

S__44417037

สำหรับใครที่มา New York แนะนำว่าที่นี้ยังไงก็ควรมาให้ได้ เพราะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของโลก และถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่ที่นี้ก็ยังคงมีบรรยากาศความเศร้าสลดอบอวลอยู่


Day 5

Roosevelt Island Tramway

วันสุดท้ายก่อนกลับไทย เรามีเวลาว่างช่วงกลางวัน เราเลยลองนั่ง Tramway เพื่อไปยังเกาะ Roosevelt แต่น่าเสียดายที่เรามีเวลาไม่เยอะเลยไม่ได้ลองสำรวจเกาะ Roosevelt  สำหรับคนที่มีบัตร Metro Card Unlimited สามารถใช้แตะผ่านได้เลยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แนะนำว่าใครมีเวลาเหลือ ไม่รู้จะไปไหนดี ลองมานั่งชมวิวเล่นๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ 

S__44482566S__44482565

“วิวข้างทางเมื่อมองลงมา”

S__44482569S__44482568S__44687405S__44687406


Grand Central Terminal 

สถานที่สุดท้ายของทริปนี้ เราแวะมาชมสถานีรถไฟเก่าแก่ของนิวยอร์กกันค่ะ ปัจจุบันที่นี้ยังใช้งานอยู่นะคะ ที่นี้ด้านในสวยมากๆเลยค่ะ ควรค่าแก่การมาเยือนมากๆ

S__44687409S__44687410S__44687411S__44687412S__44687413


Street 

สุดท้าย ใครชอบการถ่ายรูป ผู้คน ถนน บรรยากาศทั่วๆไป จะต้องหลงเสน่ห์ New York แบบเราแน่นอนค่ะ  

S__44687438S__44687437S__44687436S__44687434S__44687432S__44687431S__44687430S__44687429S__43991043S__44687440


สำหรับเราๆว่า New York เที่ยวไม่ยาก ค่อนข้างปลอดภัย ใครเคยผ่านญี่ปุ่นมาแล้วรับรองเที่ยวที่นี้ได้สบายเลยค่ะ และถึงแม้ที่นี้จะมี Homelessเยอะ แต่ไม่ได้อันตรายนะคะ เขาอยู่ของเขา จะตั้งกระป๋องแบบขอทาน ไว้ให้บริจาค ถ้าเราไม่ให้ก็แค่เดินผ่านไปค่ะ แต่จะมีคนที่แต่งตัวเหมือนพระจีนเดินมาผูกสายสิญน์ให้แล้วจะขอเงินเราค่ะ แนะนำว่าให้เดินแบบไม่สนใจ เฉยๆไปค่ะ เขาก็จะไม่มายุ่งกับเรานะคะ  ถ้าใครหลงทางหาทางไม่เจอ แนะนำให้บริจาคเงินให้ Homeless แล้วถามทางเพราะเขารู้ทางดีที่สุดค่ะ  USAเรื่องทิปเป็นเรื่องสำคัญมากๆเลยนะคะ ต้องให้ทิปอัตรา 20% ของราคาที่เราจ่ายทั้งหมด และสำหรับการเดินทางหลักใน New York เราใช้ subway เพราะเส้นทางจะทั่วถึงเกือบทั้งหมด แนะนำเช็คการเดินทางผ่าน google จะแม่นยำที่สุด เพราะ subway ที่นี้จะซ่อมบ่อยค่ะ 

การเดินทางครั้งนี้เราได้เห็น New York ในแบบที่อยากเห็น และได้เห็นในมุมที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น เรารู้สึกอิ่มกับNew Yorkมาก มันเป็นความรู้สึกที่ทุกอย่างพอดี ไม่มากจนล้น ไม่น้อยจนรู้สึกว่าขาดอะไรไปถึงแม้ใครจะบอกว่า New York เป็นเมืองใหญ่ คนเยอะ วุ่นวาย สกปรก และ ของแพง  แต่ New York ในความรู้สึกและความทรงจำเรา ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางฝันของเราต่อไป

S__44687442


Visa 

สำหรับ Visa เมกา ความรู้สึกเราถ้าถามว่ายากมั้ย ก็เหมือนจะยาก แต่ถ้าจะว่าง่ายมั้ย ก็เหมือนจะง่าย เพราะว่า Visa เมกา แทบจะไม่เอาเอกสารใดๆเพิ่มเลยค่ะ มันอยู่ที่ดุลพินิจของท่านกงศุล

ข้อมูลส่วนตัวเราคือ  อายุ 24 ปี อายุงาน 1 ปี ทำงานธุรกิจที่บ้าน Passport เล่มปัจจุบันเดินทางมาพอสมควรค่ะ และมีน้องชายเรียน high school อยู่ที่ Florida

 สำหรับเทคนิคที่เราอยากแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัวคือ ให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพให้มากที่สุด ให้เขามั่นใจว่าเราจะไปเที่ยวและจะกลับมาประเทศไทย ไม่ไปอยู่ยาวแน่นอน 

ด้วยจากข้อมูลทำงานในธุรกิจของครอบครัว ซึ่งตอนแรกจุดนี้เรากลัวว่าท่านกงศุลจะคิดว่า ถ้าเราจะโดดมันง่ายมาก เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัว แถมยังมีน้องชายเรียนที่เมกาด้วย ดังนั้นเราจึงอธิบายแบบละเอียดเลยค่ะ ว่าธุรกิจก่อตั้งมาตั้งแต่ปีไหน จดทะเบียนชื่อใคร เราทำงานตำแหน่งอะไร ที่ตั้งที่ทำงานอยู่ที่ไหน เงินเดือนเท่าไหร่ มีโบนัสเท่าไหร่ กรอกไปแบบละเอียดสุดๆเลยค่ะ 

และถ้ากรอกผิดแต่ว่ากด submit ไปแล้ว เราแนะนำว่ากรอกใหม่เลยค่ะ เอาให้มั่นใจที่สุด เพราะเราเองกรอกใหม่ไปหลายรอบเลยค่ะ

ลิงค์วันที่เราไปสัมภาษณ์มานะคะเคยรีวิวไว้ใน Pantip >> https://pantip.com/topic/36267415


ต ม กับ ผู้หญิงเดินทางคนเดียว 

สำหรับใครที่กังวลว่าเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียว จะผ่าน ตม ยากมั้ย จากประสบการณ์ส่วนตัวไม่ยากนะคะ ขอแค่เรามีสติ อย่าตื่นเต้นจนไม่ได้ฟัง ตม ถาม

ลิงค์ที่เราเคยรีวิวไว้ใน Pantip >> https://pantip.com/topic/36565093


สรุปค่าใช้จ่าย

งานนำเสนอ1

  • ในส่วนของตั๋วเครื่องบินเราเลือกสายการบิน Emirates และที่พัก เราจองผ่าน Expedia แบบแพ็คเกจรวมกันเลย ในส่วนนี้ถ้าใครเลือกที่จะไม่พักโรงแรมย่าน time square ก็จะสามารถประหยัดได้เยอะเลยค่ะ
  • 3 city pass เราเลือกที่จะจองไปก่อน เพราะไม่อยากไปต่อแถวรอ สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่  http://www.citypass.com/new-york-comparison ซื้อแล้วปริ้นใบที่ทางเว็บส่งมาให้ไปด้วยนะคะ
  • รถเข้าเมืองจากสนามบิน JFK เราใช้ bus จะมีโต๊ะขายตั๋วอยู่ด้านหน้าของทุก terminal เลยค่ะ บอกเจ้าหน้าที่ว่าโรงแรมเราอยู่ที่ไหน แล้วเขาจะแนะนำเราต่อให้ค่ะ ถ้าเลือกใช้ bus จะช่วยประหยัดไปได้เยอะ ส่วนทิปนี้จ่ายตามจำนวนกระเป๋าของเรานะคะ  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  https://www.nycairporter.com/schedules/
  • บัตร metro unlimited สามารถซื้อได้ที่ตู้ขายอัตโนมัติ ที่สถานีทุกแห่งเลยคะ คุ้มมากๆ
  • ส่วนค่าอาหาร เราลืมจดรายละเอียดแต่ละมื้อมา แต่จะจดสรุปว่าแต่ละวันใช้เงินไปเท่าไหร่ ซึ่งราคานี้แต่ละวัน เราจะมี 1 มื้อที่ทานร้านดีๆ ส่วนมื้ออื่นก็เอาตามสะดวก และทุกวันเราจะกินขนมด้วยค่ะ     ขอบอกว่าราคานี้เรากินอิ่ม อ้วน ทุกวันเลยค่ะ
  • ค่าแท็กซี่ขากลับเข้าสนามบิน JFK เราให้ทางโรงแรมเรียกรถให้ค่ะ เพราะเราสองคนพี่น้องมีกระเป๋าขนาด 28-30″ 4 ใบ carry on 2 ใบ ซึ่งแท็กซี่ทั่วไปจะไม่รับเราค่ะ เราเลยยอมเรียกรถคันใหญ่ ราคาเหมาคันละ $100 รวมทิป ที่สำคัญคนขับบริการดีมากๆค่ะ

ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com