Putahracsa Hua Hin | ที่พักสวยติดทะเลหัวหิน

ร่างกายต้องการพักผ่อน และ หัวใจก็ต้องการทะเล

ทริปนี้เราเลยพาตัวเองหนีเที่ยวมาหัวหินค่ะ มาพักที่รีสอร์ทที่เราเคยมองข้าม เพราะคิดว่าที่นี่ไม่มีอะไร แต่วันนี้เราถึงได้รู้ว่าที่นี่สวยมาก และเป็นอีกหนึ่งที่พักที่เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ

จุดหมายปลางทางของเราในทริปคือ Putahracsa Hua Hin Resort รีสอร์ทที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอีกแห่งหนึ่งในหัวหิน

Putahracsa Hua Hin

พุทธรักษา หัวหิน รีสอร์ท รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหัวหิน ที่พักตั้งอยู่ที่ถนนแนบเคหาสน์ ที่นี่เป็นที่พักที่มีความน้อยแต่มากจริงๆ ด้วยคอนเซ็ปท์ที่มีความมินิมอล เน้นสีขาว น้ำตาล และ สีเขียวของธรรมชาติในการตกแต่งเป็นหลัก ทำให้ที่นี่เป็นที่พักที่เหมาะกับการพักผ่อน

ตัวรีสอร์ทแบ่งออกเป็น 2 โซน โดยมีตัวถนนเป็นเส้นแบ่ง โดยโซนที่มี คือ โซนติดทะเล (Beachside) และโซนไม่ติดทะเล (Sandside) ซึ่งไม่ว่าเราจะพักฝั่งไหน เราก็สามารถเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ของทั้งสองโซนเลยค่ะ

อธิบายเรื่องห้องพักที่แบ่งตามโซนที่พักกันอย่างเข้าใจง่ายๆ คือ

  • Beachside (โซนติดทะเล) ห้องพักที่อยู่โซนนี้จะเป็นห้องประเภทวิลล่าทั้งหมด ได้แก่ Pool Villa 8 ห้อง และ Jacuzzi Villa 7 ห้อง
  • Sandside Rooms (โซนไม่ติดทะเล) ส่วนห้องที่เหลือ (ที่ไม่ใช่วิลล่า) จะอยู่โซนนี้ทั้งหมด

มาถึงแล้วก็มาเช็คอินกันก่อนค่ะ หากใครพักฝั่งไหนก็จะสามารถเช็คอินที่ล็อบบี้ของฝั่งนั้นได้เลย และรวมถึงที่จอดรถด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียเวลาเดินข้ามถนนไปมาด้วย

ทริปนี้เราพักฝั่งไม่ติดทะเลกันค่ะ ห้องที่เราพักคือ SILKSAND ROOMS โดยห้องนี้ถือว่าเป็นห้องเริ่มต้นของที่นี่ค่ะ

ทริปนี้เราเลยอยากจะรีวิวห้องเริ่มต้น เผื่อว่าใครที่อยากจะมาพักที่นี่ แต่ลังเลว่าห้องเริ่มต้นที่นี่จะโอเคมั้ย จำเป็นต้องจองฝั่งวิลลารึป่าว ทริปนี้มีคำตอบให้ค่ะ

มาค่ะ เริ่ม !

SILKSAND ROOMS ห้องขนาดเริ่มต้นที่อยู่ชั้น 1 ของตัวอาคาร แต่ด้วยพื้นที่ภายในห้องกว้างมาก เปิดประตูออกมาเรายังสามารถเดินไปยังสระว่ายน้ำได้เลย ส่วนภายในห้องถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเลยค่ะ ภายในห้องยังมี โซฟาเบดด์ เครื่องทำกาแฟ ทีวีจอใหญ่ และอื่นๆอีกเยอะ ถือว่าเป็นห้องเริ่มต้นที่ครบมากเลยล่ะ

ส่วนโซนห้องน้ำและห้องแต่งตัว ที่นี่เขาทำต่อกันเลย เพื่อให้พื้นที่ดูเยอะ และภายในห้องน้ำและส่วนเปียกก็กว้างมาก

เดินออกจากเฉลียงห้อง เราก็สามารถเจอกับพื้นที่พักผ่อนและสระส่วนกลางได้เลยค่ะ (ห้องโซนนี้อาจจะมีคนเดินผ่านหน้าห้องบ้าง)

ใครมาพักที่นี่ เราอยากแนะนำว่าช่วงเวลาตอนเย็นไม่ต้องออกไปไหนไกลค่ะ เพราะเราจะชวนมาทานอาหารเย็นกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ทที่อยู่ริมทะเล (แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า ตั้งแต่ตอนมาเช็คอินเลยนะคะ)

เราจองโต๊ะไว้ตอน 5 โมงครึ่ง เพราะอยากมานั่งเล่นชิลๆตอนที่ยังมีแสงอยู่ ตอนเย็นบริเวณหาดตรงนี้น้ำจะลดลงไปมาก เราสามารถเดินเล่น หรือจะเล่นน้ำก็ยังได้เลยค่ะ บรรยากาศดีมาก

ห้องอาหารที่นี่นอกจากจะบรรยากาศดีแล้ว อาหารก็อร่อยมากเลยค่ะ เราแนะนำ แกงปูใบชะพลู-หมี่หุ้น อร่อยมากกก

เรานั่งเล่นที่ห้องอาหารไปจนค่ำเลยค่ะ เพราะบรรยากาศดีมากจริงๆ

เมื่อคืนหลังอิ่มกับบรรยากาศและอาหารอร่อยแล้ว เรากลับมาที่ห้องพักแล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็ว เพราะเช้าตรู่วันนี้เรามีภารกิจที่จะต้องทำให้สำเร็จ

นั้นก็คือการถ่ายรูปกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นที่ห้องอาหารริมทะเลของรีสอร์ทนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากได้วิวมุมนี้ไว้อัพไอจีกัน เรามีทริคเล็กๆมาฝากกันค่ะ จะได้ไม่เฟล และไปทันช่วงเวลาที่รูปสวยกัน

  • อยากได้วิวนี้ต้องตื่นเช้า เพราะพระอาทิตย์จะขึ้นตรงที่ห้องอาหาร ตรงหน้าหาดพอดี
  • ห้องอาหารเปิดตอนเช้าตรู่ เพราะฝั่งนี้จะเป็นที่ทานอาหารเช้าของคนที่พักฝั่งวิลล่า ถึงแม้เราจะพักอีกฝั่งก็สามารถมาถ่ายรูปได้
  • ใครมาก่อนก็จะได้คิวถ่ายรูปก่อน ซึ่งวันนั้นเราเป็นคิวแรกเลย เพราะมาเร็วมากกก เรามาถึงห้องอาหารตอน ตี 5.50 น. 55555555 เรื่องความพยามไว้ใจเราได้ 🤣🤣 หลังเรามาถึงไม่เกิน 5 นาที ก็เริ่มมีคนมารอคิวถ่ายหลังจากเราแล้ว
  • ถ้าชอบฟ้าอมส้ม อมม่วง (แบบเรา) แนะนำก่อน 6 โมง 20 นาที ส่วนรูปของเราคือเวลาช่วงประมาณ 5.50 -6.10 น. เราชอบฟ้า ไม่เน้นนางแบบเท่าไหร่ 5555
  • ถ้าอยากให้ตัวเราดูสวย เน้นนางแบบ แนะนำว่าควรจะหลัง 6.30 น. เพราะฟ้าจะสว่างขึ้น
  • แต่ถ้าแบบอยากได้แสงแน่ๆ คือ 7 โมงเลย แต่ช่วงเวลานี้น่าจะมีคนมาทานอาหารเช้ากันบ้างแล้ว อาจจะไม่สะดวกมากนัก

ปล. แสงแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับฟ้าแต่ละวันด้วย อาจจะเอาไปลองปรับใช้กันดูนะคะ

ช่วงเวลาตอนเช้าที่หาดดีมากๆๆเลยค่ะ ใครพักที่นี่ แนะนำให้ตื่นเช้านะ คุ้มค่ามาก

จริงๆแล้วที่นี่มีสระส่วนกลาง 3 สระด้วยกัน ซึ่งไม่ว่าเราจะพักห้องไหนก็สามารถใช้สระได้ทุกสระเลยค่ะ

สำหรับอาหารเช้าห้องที่ไม่ใช่วิลล่า เราจะทานกันที่ห้องอาหารอบอุ่น ฝั่งเดียวกับที่เราพัก อาหารที่นี่ถือว่าจัดเต็มเลยค่ะ รสชาติอร่อยมากทีเดียว

อิ่มแล้วเราไปเดินเล่นในรีสอร์ทเพื่อย่อยกันหน่อย ส่วนตัวเราชอบบรรยากาศที่นี่มากเลย มันสงบ เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ

สุดท้ายนี้หากใครกำลังอยากจะเดินทางมาพักที่นี่ ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่ารึป่าว หรือรีสอร์ทจะมีถ่ายรูปแค่มุมเดียวมั้ย หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นนะคะ

Putahracsa Hua Hin

 ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Tel : 032 531 470

FB : https://www.facebook.com/putahracsa/

Web : https://www.putahracsa.com/

Kene Hotel Bangkok | ทริปเปลี่ยนที่นอน โรงแรมมุมสวย

ทริปนี้เกิดจากความเบื่อบ้าน แต่ก็ไม่สามารถเดินทางไกลได้

เราเลยทำการจองโรงแรมและเปลี่ยนที่นอนกันค่ะ

Kene Hotel Bangkok

คีน โฮเทล แบ็งค็อก ที่พักดีไซน์เก๋ในย่านเจริญนคร โรงแรมนี้พึ่งเปิดเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ แต่ถือว่ามาแรงมากๆ เพราะด้วยดีไซน์ภายในที่สวย เล่นกับแสงได้ดี และการตกแต่งที่มินิมอล สายถ่ายรูปและชอบที่พักดีไซน์สวยแบบเราไม่พลาดแน่นอน

ตัวโรงแรมจะมีอาคารหลักแค่ 1 อาคาร จำนวน 4 ชั้น แต่จำนวนห้องที่มีถือว่าเยอะเลยทีเดียวค่ะ เราชอบดีไซน์ของที่นี่ ที่เล่นกับแสงและใช้โทนสีขาวเป็นหลัก

standard room คือห้องที่เราพักในทริปนี้ เป็นห้องเริ่มต้นที่อยากจะบอกว่าครบมาก ห้องเราอยู่ชั้น 2 ของอาคาร เปิดประตูออกมาก็จะเจอกับสระว่ายน้ำเลย

ภายในห้องมีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีพื้นที่หน้ากระจกกว้าง โซนตู้เสื้อผ้ากว้าง และภายในห้องน้ำก็กว้างทีเดียวค่ะ

แต่สิ่งที่เราชอบมากคือ เตียงนุ่มมาก นอนหลับสบายมากก

เข้าไปสำรวจห้องมาเรียบร้อยแล้ว เราจะพาไปสำรวจภายในโรงแรมกันต่อ ใครเป็นสายไอจี หรือ สายถ่ายรูป ต้องหลงรักที่นี่แน่นอน

เราชอบแสงช่วงบ่ายถึงเย็น ช่วงประมาณ 15.00-18.00 น. เป็นช่วงที่แสงสวยมาก เหมาะแก่การถ่ายรูป เล่นแสงและตัวอาคารได้สวยมากเลยค่ะ

ช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก เราแนะนำให้ขึ้นไปชั้น 4 ชั้นนี้เป็นบริเวณของห้องอาหาร เป็นพื้นที่ semi – outdoor แต่เป็นอีกหนึ่งมุมในโรงแรมที่มุมและแสงสวยมากเลยค่ะ

บริเวณสระว่ายน้ำก็สวยมากเช่นกัน เหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ทางโรงแรมเปิดไฟ ทำให้สวยยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีกค่ะ จริงๆโรงแรมนี้ต้องบอกว่าแสงสวยทั้งวัน เพราะว่าแสงแต่ละช่วงเวลา จะเหมาะกับการถ่ายรูปต่างกัน

หากใครพักที่ Kene Hotel Bangkok เราสามารถจองห้องแบบรวมอาหารเช้า หรือไม่รวมก็ได้ แต่เราแนะนำว่าให้รวม เพราะอาหารเช้าที่นี่มีเยอะมาก (เยอะกว่าที่คิด)

เราเข้าพักวันธรรมดา นึกว่าโรงแรมจะเสิร์ฟอาหารเป็น a la carte แต่ปรากฎว่าทางโรงแรมจัดเป็น buffet เมนูอาหารมีเยอะทีเดียวเลยค่ะ ส่วนรสชาติอร่อยเลยนะ แนะนำว่าพักที่นี่ให้สั่งอาหารเช้าด้วยนะ

ก่อนกลับบ้านก็ว่ายน้ำกันสักรอบ ส่วนตัวเราชอบสระที่นี่ เพราะตัวสระยาวมากว่ายน้ำได้จริง และอีกอย่างคือมุมปัง

สุดท้ายหากใครกำลังมองหา ทริปเปลี่ยนที่นอน หรือโรงแรมสวยๆในกรุงเทพ ที่ราคาไม่แรง นอนสบาย มุมถ่ายรูปสวย อาหารเช้าอร่อย เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Kene Hotel Bangkok

Kene Hotel Bangkok

 1 ซอย เจริญนคร 35 แขวง บางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

Tel :   02 437 2168

FB :https://www.facebook.com/KeneHotelBangkok/

Web : https://www.kenehotelbangkok.com/

Melia Phuket Mai Khao | โรงแรมหรู สัญชาติสเปน ติดหาดไม้ขาว สบายราคากระเป๋า

ซัมเมอร์มาถึงแล้ว หนีเที่ยวไปนอนชิลที่ภูเก็ตกันดีกว่าาา

ทริปนี้เราชวนทุกคนไปพักกันที่โรงแรมสัญชาติสเปนที่พึ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน ตั้งอยู่ติดหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้คือ Melia Phuket Mai Khao

Melia Phuket Mai Khao

รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว สัญชาติสเปนที่พึ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นาน ตั้งอยู่บนหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต จากรีสอร์ทใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาทีถึงสนามบินภูเก็ต ที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับคนที่มองหาสถานที่พักผ่อนแสนสงบในภูเก็ต

เมื่อมาถึงแล้วก็มาเช็คอินกันก่อนค่ะ ใช้เวลาไม่นานมากนัก พนักงานที่นี่น่ารัก บริการดีมาก รอไม่นานก็ได้กุญแจห้องมาแล้วค่ะ และด้วยสถานการณ์ในช่วงนี้ทางรีสอร์ทจะไม่เสิร์ฟ welcome drink ที่ล็อบบี้นะคะ แต่จะใส่ไว้ในตู้เย็นภายในห้องเราเรียบร้อยแล้ว

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 100 ห้อง โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบห้องสวีท โดยตัวห้องจะมี bathtub ซึ่งวางอยู่ที่ระเบียง วันไหนแดดดีๆ ห้องนี้สวยมากเลยค่ะ ต่อมาคือห้อง One Bedroom Villa with Private Pool ห้องนี้ตั้งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร มีสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบ Plunge Pool ภายในห้อง พร้อมกับ bathtub ส่วนห้องไทส์สุดท้าย ก็คือห้อง One Bedroom Wellness Villa with Private Pool ส่วนนี้จะเพิ่มเติมเป็น Wellness เข้ามา

ส่วนห้องที่เราพักในทริปนี้คือ One Bedroom Villa with Private Pool ซึ่งเราชอบความเป็นพูลวิลล่าที่นี่มาก เพราะด้วยขนาดของตัวห้องที่กว้างมาก ฟังชั่นการใช้งานที่ออกแบบมาดี เป็นห้องที่เหมาะกับการมาพักผ่อนมากจริงๆ

ก่อนจะพาไปสำรวจห้อง เราขอเปิดตู้เย็นหยิบ welcome drink มาจัดการก่อน เพราะว่าแดดที่ภูเก็ตแรงขนาดนี้ เครื่องดื่มสดชื่นๆ ช่วยเยียวยาได้เยอะเลยค่ะ

มาดูภายในตัวห้องของเรากันค่ะ โดยห้องแบบ One Bedroom Villa with Private Pool จะอยู่ชั้นล่างของตัวอาคารนะคะ เปิดเข้ามาในห้องเราจะได้เจอกับมุมพักผ่อนและสระว่ายน้ำแบบส่วนตัวก่อนเลย

ภายในห้องจะเป็นตัวห้องนอนที่เป็นห้องหลัก พื้นที่ภายในห้องกว้างทีเดียวค่ะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบตามแบบฉบับที่พัก 5 ดาวเลยค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่เราชอบมากคือ ที่พักไหนที่ให้หมอนเยอะมากกกก (แบบที่นี่) รักเลยยยย

ถัดมาคือโซนห้องน้ำ ซึ่งโซนนี้เป็นโซนที่เราชอบมาก เพราะนอกจากกระจกเงาที่กว้างมาก อ่างล้างหน้าแบบ his & her และอุปกรณ์ต่างๆที่ครบครันก็เห็นจะเป็นการออกแบบที่เรารู้สึกว่ามีความน้อยแต่มาก มีความใส่ใจผู้ใช้งานจริงอยู่ในทุกการออกแบบ

โซนห้องน้ำที่ออกแบบมาเป็น semi outdoor ทำให้เราสามารถใช้ได้จากทั้งฝั่งในห้องนอน และจากสระว่ายน้ำ ทำให้เวลาที่เราเล่นน้ำในสระ หรือแช่น้ำในอ่าง แล้วจะขึ้นมาล้างตัวและอาบน้ำต่อ เราไม่จำเป็นต้องเดินผ่านห้องนอน ทำให้ห้องไม่เปียก ส่วนนี้เราว่าดีมากเลยค่ะ

ส่วนต่อมาคือสระส่วนตัวภายในห้อง ด้วยเราเลือกพักห้อง One Bedroom Villa with Private Pool เพราะอยากนอนเล่นในสระนี่แหละ ถึงแม้ว่าห้องพักที่นี่สระส่วนตัวจะเป็นแบบ Plunge Pool ก็ตาม แต่สำหรับการพักสองคน และต้องการแค่นั่งเล่น นอนเล่นแช่น้ำของเรานั้น ถือว่าตอบโจทย์ทีเดียว

และไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดโมเม้นไหนไป เพราะห้องนี้ก็มี bathtub ให้เราได้แช่น้ำฟินๆริมสระด้วย

เราพาทุกคนไปชมภายในรีสอร์ทกันต่อเลยดีกว่าค่ะ บรรยากาศภายในรีสอร์ทร่มรื่นมากค่ะ ตัวอาคารจะใช้สีขาว สบายตาดีค่ะ เป็นบรรยากาศของการพักผ่อนจริงๆ

ไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือสระว่ายน้ำที่ชื่อว่า SOL POOL เป็นสระที่ทอดยาว 62 เมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับบาร์ และห้องอาหาร GAIA เราแนะนำว่าให้มาตั้งแต่ช่วงบายๆ ถึงแม้จะแดดร้อนหน่อย แต่สระช่วงเวลานี้สวยมากทีเดียวค่ะ หรือจะนั่งเล่นยาวไปจนถึงช่วงเวลาเย็นๆ บรรยากาศที่นี่โรแมนติกมากทีเดียว

ในวันที่อากาศดี เราแนะนำว่าการนั่งจิบเครื่องดื่มที่บาร์ชิลๆ เป็นอะไรที่ดีมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเย็นๆ หรือค่ำๆ แนะนำมากเลย (เรามานั่งดื่มแบบชิลๆ เลยไม่ได้เก็บรูปเครื่องดื่มมาฝาก)

เราชอบรรยากาศตอนเย็นของที่นี่มากค่ะ เป็นบรรยากาศแบบสบายๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนจริงๆ และหากใครมาในช่วงอากาศดีๆ ตอนเย็นแนะนำมาเดินเล่นที่หาดไม้ขาว เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งหาดที่มีวิวพระอาทิตย์ตกสวยทีเดียว

ส่วนช่วงที่เราไปพัก ฟ้าไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ได้เก็บบรรยายกาศดีๆมาฝากด้วยเหมือนกันค่ะ

ส่วนบรรยากาศสระว่ายน้ำตอนเย็นก็สวยมากเลยค่ะ ใครพักที่นี่ สามารถใช้ชีวิตอยู่โรงแรมได้ทุกช่วงเวลาเลย

ภายในโรงแรมตอนกลางคืนก็สวยมากก เป็นโรงแรมที่อยู่แล้วสบายจริงๆ

ส่วนตอนเช้า อาหารเช้าที่นี่เริ่มตั้งแต่ 6.30 -10.00 น. เลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เรายกให้เป็นโรงแรมที่มีอาหารเช้าสุดอลังการ คือมีทุกอย่างมีครบ เราถ่ายมาได้แค่บางส่วน (เยอะจนเราถ่ายมาไม่หมด)

ชอบสุดก็น่าจะเป็นเมนูขนมจีน แกงปู อร่อยมากกก สมกับการมาพักที่ภูเก็ตจริงๆ

สุดท้ายใครที่กำลังมองหาที่พักภูเก็ต พูลวิลล่า หรือ ที่พักที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Melia Phuket Mai Khao รีสอร์ทหรู มีสระส่วนตัวในห้อง อาหารอร่อย บรรยากาศดี บริการดี และที่สำคัญที่นี่เป็นรีสอร์ท 5 ดาว ที่ราคาสบายกระเป๋ามากทีเดียวค่ะ

Melia Phuket Mai Khao

Address : 233 ตำบล ไม้ขาว Amphur Thalang 83110

Tel : +(66)76 563 550

Web : https://www.melia.com/th/hotels/thailand/phuket/melia-phuket-mai-khao/index.htm

Facebookhttps://www.facebook.com/meliaphuketmaikhao

Our Jungle House |บ้านต้นไม้ เขาสก สุราษฎร์ธานี

ทริปนี้เรามาชวนทุกคนหนีเที่ยวไปให้ธรรมชาติโอบกอดเราที่สุราษฎร์ธานีกันค่ะ

ทริปนี้เราจะชวนทุกคนหนีไปพักผ่อนกันที่เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี จังหวัดที่ใครๆมักจะมีจุดหมายปลายทางอยู่บนเกาะ หรือเขื่อน แต่ทริปนี้เราขอพาทุกคนหนีเที่ยวมานอนพักอิงแอบเขา ปักหมุดทริปนี้ไว้ที่ Our Jungle House แล้วออกเดินทางไปด้วยกันเลยค่ะ

Our Jungle House เป็นบ้านพักที่สร้างอิงแอบอยู่กับใต้ไม้ใหญ่ ด้วยที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีต้นไม้ที่โตตามธรรมชาติกว่า 60ไร่ บวกกับที่นี่มีธารน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน ทำให้ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศเพราะอากาศเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่พักที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆแน่นอน

ทริปนี้เรามีสมาชิกหนีเที่ยวทั้งหมด 4 คน เลยเลือกจองบ้านต้นไม้สำหรับ 4 คน เราใช้ “เราเที่ยวด้วยกัน” หารแล้วเหลือคนละ 560 บาท ราคานี้ถือว่าคุ้มมาก

ภายในห้องจะมีเตียงสำหรับ 4 คน (ห้องนี้เหมาะกับการมากับครอบครัวมาก) ห้องน้ำที่มีเครื่องทำน้ำอุ่น และระเบียงบ้านที่สามารถออกไปนอนฟังเสียงน้ำและเสียงป่าได้ด้วย

เราชอบช่วงเวลาตอนเช้ามากค่ะ ตื่นมาได้ยินเสียงนกร้องพร้อมกับเสียงน้ำไหลอยู่ใกล้ๆ หากได้หนังสือดีๆสักเล่ม เช้านี้ของเราก็จะดีมากๆเลยล่ะ

ภายในที่พักมีธารน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน เราสามารถที่จะเล่นน้ำได้ หรือจะทำกิจกรรมทางน้ำที่ทางที่พักมีบริการก็ได้ ใครมาพักที่นี่อย่าลืมชุดสำหรับเล่นน้ำมาด้วยนะคะ น้ำใสไหลเย็น ฟินมาก

อาหารเช้าของที่นี่จะให้เราสามารถเลือกได้คนละ 1 ชุด จะมีข้าวต้ม หรือชุดอเมริกันเบรกฟาร์ส โดยปริมาณที่ให้มา หากทานหมดก็อิ่มมากทีเดียวเลยค่ะ

หากใครกำลังมองหาที่พักบรรยากาศดี ใกล้ชิดธรรมชาติ มีธารน้ำไหลให้เล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมได้ เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ “Our Jungle House” แล้วคุณจะได้พักผ่อนที่อิงแอบอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง

Our Jungle House

183, ตำบล คลองศก อำเภอพนม สุราษฎร์ธานี 84250

Tel : 081 417 0546

FB : https://www.facebook.com/ourjunglehouse/

Web : http://www.khaosokaccommodation.com/

The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม | ให้วันพักผ่อนอยู่ในบ้านของเราเอง

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถมี vacation time และยกบรรยากาศช่วงซัมเมอร์มาไว้ในบ้านเราเองได้ ที่อื่นทำได้ไหม ไม่แน่ใจ แต่ที่ “The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม” เรามีบ้านที่มีบรรยากาศซัมเมอร์และ vacation time ได้เสมอ

ทริปนี้ลิเดียไม่ได้จะชวนทุกคนหนีเที่ยวไปไหนค่ะ เพราะเราจะพาทุกคนมาดูบ้านที่เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้เป็นช่วงเวลาของซัมเมอร์และ vacation ในบ้านเราเองค่ะ ทริปนี้เราปักหมุดไปชมบ้านกันที่โครงการ The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม

The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม

โครงการบ้านที่มอบความเหนือระดับอย่างโดดเด่น ด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ Modern Luxury ทำให้ที่นี่เป็น Luxury city pool villa project บนสุดยอดทําเล ของถนนประดิษฐ์มนูธรรม

ความพิเศษของโครงการนี้ คือ มีแค่ 18 หลัง ดังนั้นการได้ครอบครองบ้านในโครงการ The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม ถือเป็นความน่าภาคภูมิใจสูงสุดในตัวเอง ที่นี่คือการใช้ชีวิตใน urban lifestyle ที่เหนือกว่า และความฉลาดในการเลือกสุดยอดทําเลที่ดินในการอยู่อาศัยในระยะยาว

พร้อมความพิถีพิถันเลือกสรรวัสดุทุกชิ้นระดับพรีเมียม สะท้อนความลักชัวรีภายใต้งานออกแบบที่มอบทั้งความพิเศษ กว้างขวาง โดดเด่นและเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน นั้นคือเหตุผลว่าทำไมวันนี้เราถึงอยากพาทุกคนมาดูบ้านโครงการนี้กันค่ะ

C Shape Design for pool view embracing and privacy

บ้านที่นี่ได้รับการออกแบบมาในรูป C Shape พร้อมพื้นที่ใช้สอย มากถึง 450 ตารางเมตร และด้วยความที่เป็น C Shape ทําให้ทุกห้องของบ้านโอบล้อมพื้นที่ Terrace และเปิดรับวิวสระว่ายน้ำได้ทุกส่วนของบ้าน และทุกหน้าต่างทุกบานของบ้านด้วยเช่นกัน ในขณะที่อีกฝั่งจะเป็นผนังทึบ ทําให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ผนังหลายจุดใช้เป็นผนังแบบ Double Wall หนา 2 ชั้น เพื่อซ่อนเสาภายในบ้าน ทําให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น รวมถึงยังช่วยป้องกันเสียงและความร้อนได้ดีอีกด้วย

A semi-outdoor space, connecting the dining area and private pool

ทางโครงการเน้นการออกแบบที่มอบฟังก์ชันผสานกับความงาม When function meets aesthetic สร้างสรรค์ทุกพื้นที่ด้วยงานออกแบบที่ลงตัว โดยมอบพื้นที่ชั้นล่างให้เป็น Semi – Outdoor Space เชื่อมต่อ Pool Villa ทําให้สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ ส่วนรับประทานอาหารกับสระว่ายน้ำได้อย่างลงตัว

เพียงแค่ก้าวเดียวจากส่วนรับประทานอาหาร เราก็จะได้เจอกับบรรยากาศการพักผ่อนภายในบ้านได้ในทุกวัน ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าและเติมเต็มความรู้สึกมีความสุขได้ตลอดเวลา

เมื่อเข้ามาในบ้าน เราจะได้เจอกับไฮไลท์ของบ้านโครงการนี้คือ การดึงเอาเอกลักษณ์ของการเล่นระดับตัวบ้าน และ Grand Helical Staircase บันไดวนที่สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ทําให้ทุกพื้นที่ของบ้านเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัวด้วย expansive interconnected space พร้อมมอบ Foyer ภายในตัวบ้านที่สูงโปร่งและกว้างขวาง ทําให้เกิดพื้นที่ใช้สอยร่วมกันทั้งคนในครอบครัวและผู้มาเยือน

พื้นที่ชั้นลอยของบ้าน เป็นพื้นที่ที่กว้างมากเลยค่ะ ส่วนนี้ทางโครงการให้ผู้อยู่อาศัยสามารถที่จะครีเอทสเปซตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้เลย ส่วนบ้านตัวอย่างของที่นี่จะออกแบบให้ชั้นลอยเป็นห้องรับแขกอันแสนกว้างขวาง แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นบาร์

บ้านหลังนี้มาพร้อมกับห้องนอนขนาดใหญ่ถึง 3 ห้องนอน ที่ทุกห้องมีห้องน้ำและ walk-in closet ในตัว

มีมุมที่เราสามารถครีเอทให้เป็นพื้นที่ทำงาน ที่สามารถผ่อนคลายกับวิวสระว่ายน้ำของบ้านจากหน้าต่างของทุกห้องนอน

A terrace with pool view

พื้นที่ด้านนอกออกแบบให้เป็น Terrace เอาไว้นั่งเล่นริมสระน้ำ ใช้วัสดุปูพื้นเป็นไม้ สร้างความรู้สึกอบอุ่น เหมาะแก่การพักผ่อน ให้ความรู้สึกของการเป็นบ้านบรรยากาศ Luxury Resort มากขึ้น พร้อมมีร่มเงาจากโครงสร้างหลังคาบ้านตลอดทั้งวัน

A large private pool for relaxing

Highlights อีกหนึ่งจุดของโครงการคือสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ภายในบ้านทุกหลัง ซึ่งตัวสระว่ายน้ำมีขนาด 8.5 x 3 m. สามารถว่ายได้จริง พร้อมออกแบบน้ำพุปลายสระ สร้างความเหนือระดับให้มากขึ้น

โดยตัวสระจะยกพื้นสูงขึ้นมา 85 CM ดังนั้นเมื่อมองจากทั้ง Terrace ภายในตัวบ้าน หรือด้านบนของบ้าน จะมองเห็นสระอยู่ระดับเดียวกับสายตา สร้างความรู้สึกถึงการพักผ่อนมากขึ้น

ที่สุดแห่งความสุขที่เราสามารถมี Vacation time ได้แบบไม่จำกัดในบ้านของเราเอง ที่นี่ตอบโจทย์ชีวิตที่ต้องการ work life balance เพียงแค่ก้าวเดียวจากตัวบ้าน เราสามารถพักผ่อนในสไตล์ Pool Villa ได้อย่างเต็มที่เฉกเช่นการพักผ่อนในบรรยากาศ Luxury Resort

“The Best of Perfect Pool Villa Lifestyle” ที่สุดของการอยู่อาศัยในไลฟ์สไตล์พูลวิลล่า ที่มอบ
ความ “สบาย” ในทุกด้าน ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตอย่างครบครัน ทั้งพื้นที่ภายในบ้านที่กว้างขวาง เติมเต็มความสุขของการอยู่อาศัยในทุกตารางนิ้ว พร้อมทั้งพื้นที่นอกบ้าน ที่เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการคมนาคมหลากหลายเส้นทาง เข้าออกเมืองอย่างสะดวกรวดเร็ว ใกล้แหล่งแฮงก์เอ้าต์อย่างทองหล่อ เอกมัย ในเวลาไม่ถึง 10 นาที และรายล้อมไปด้วยแหล่งอํานวยความสะดวกทุกด้านทั้ง Central East Ville, CDC รวมถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนกับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ต้องการซื้อความสุขและลงทุนด้วยการซื้อเวลาให้ตัวเอง ที่โครงการ The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม เป็นทุกอย่างของการได้มี urban lifestyle ที่เหนือกว่า

นัดหมายเพื่อเข้าชมโครงการ ติดต่อ 02-8215442 หรือลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก https://bit.ly/3x1It1N

The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม

Address : ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 8 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Tel : +(66) 63 265 4914

Web : https://www.theglamor-poolvillaresidences.com/

Facebookhttps://www.facebook.com/theglamorbangkok

(mini review) บ้านธารกล่อม & The River Whisper

ทริปนี้เราชวนทุกคนไปเที่ยวเชียงใหม่กันอีกครั้งค่ะ เราอยากจะชวนไปพักกันที่ “บ้านธารกล่อม The River Whisper” ที่พักที่ได้ฟีลบ้านเล็กในป่าใหญ่

บ้านธารกล่อม The River Whisper ที่พักที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ภายในที่พักโอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับใครที่อยากหนีร้อนจากในตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะเมื่อเราเข้ามาภายในบริเวณบ้านธารกล่อม อากาศที่ร้อนๆก็หายไปเลย

บ้านธารกล่อมมีบ้านพักหลากหลายประเภทให้เราเลือกพัก แต่ทริปนี้เราเลือกพักบ้านต้นไม้ บ้านพักที่แอบอิงอยู่กับต้นไม้ใหญ่ มีธารน้ำไหลผ่าน เป็นบ้านที่น่ารักมาก

(แต่อาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือเด็กน้อย เพราะตัวบ้านต้องขึ้นบันไดสูงและชัน)

บ้านต้นไม้ ห้องนอนและห้องน้ำจะแยกกัน ตัวห้องนอนจะอยู่ในบ้านหลังน้อยบนต้นไม้ใหญ่ ด้านข้างมีระเบียงให้ออกมานั่งชมวิวได้ด้วย ตัวบ้านยังมีพื้นที่พักผ่อนอยู่ใต้ถุนของบ้าน

ส่วนของห้องน้ำ จะอยู่ตรงบันไดทางขึ้นห้องนอน หากใครพักบ้านต้นไม้ ภายในห้องน้ำจะมีอ่างน้ำด้วย สามารถนอนแช่ตัวพร้อมกับชมวิวธรรมชาติได้

มื้อเย็นเราสั่งอาหารจากทางที่พักเลย เมนูอาหารมีให้เลือกไม่เยอะมากนัก แต่ก็มีครบทุกประเภทราคาไม่แพง และอร่อยด้วยนะ

ส่วนมื้อเช้า เราจะได้สิทธิ์เลือกอาหารเช้าคนละ 1 ชุด โดยเมนูจะมีชุดอาหารเช้าแบบอเมริกัน (เหมือนในรูปของเรา) ชุดไข่กระทะ และชุดโจ๊กหมู พร้อมกับผลไม้ ชา กาแฟ ให้เราบริการตัวเองด้วย

สุดท้ายหวังว่ารีวิวฉบับมินิของเราจะช่วยให้ใครที่กำลังตัดสินใจที่จะไปพักที่นี่ง่ายขึ้นนะคะ ส่วนใครที่อยากหาที่พักถ่ายรูปสวย ใกล้ชิดธรรมชาติ อยู่ไม่ไกลจากเมืองเชียงใหม่ เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ บ้านธารกล่อม & The River Whisper

บ้านธารกล่อม & The River Whisper

Address : ตำบล กื้ดช้าง อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ 50150

Tel :  095 690 1827

FB : https://www.facebook.com/bannthanklom

Web : https://www.thanklom.com/

Let’s Relax Spa | นวดหินร้อน สัมผัสความผ่อนคลายและช่วงเวลาแห่งความสุข

รีวิวนี้เราไม่ได้มาชวนทุกคนหนีเที่ยวไปไหนไกล แต่เราจะชวนทุกคนไปนวดสปากันค่ะ เดือนมีนาคม เดือนแห่งการทำงานที่แท้ทรู ไม่มีวันหยุดพิเศษอะไรเลย แต่เราขอเติมกำลังใจให้ตัวเองด้วยการมอบเวลาแห่งความสุขง่ายๆด้วยการนวดสปา

Let’s Relax Spa สปาที่มีสาขาเยอะมากทั่วประเทศไทย แต่รีวิวนี้เราจะพาทุกคนไปนวดผ่อนคลายกันที่สาขา the market สาขานี้คือห้างที่อยู่ตรงข้าม centralworld

มาถึงห้าง the market แล้วก็เดินขึ้นมาชั้น 4 เลยค่ะ เดิมทีสาขานี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ แต่ตอนนี้สถานการณ์โควิดอย่างที่เรารู้ว่า ต่างชาติหายไปเยอะมากๆๆ ทำให้สาขานี้เลยโล่งๆหน่อย และถือเป็นของดีสำหรับใครที่ไม่ชอบที่คนเยอะ

ใครที่จะมาทำสปาที่ Let’s Relax Spa ไม่ว่าสาขาไหนก็ตาม จะต้องตรวจ ATK ทุกคนนะคะ (ตรวจแบบน้ำลาย) เพื่อความสบายใจของทุกคน ดังนั้นเราควรจะเผื่อเวลามาถึงก่อนเวลานัดสัก 30 นาที

จิบ Welcome Drink และนั่งเลือกเมนูกันหน่อย ด้วยวันนี้เหมือนที่เราเกริ่นเลยค่ะ เราอยากเติมแรงให้ตัวเอง เพราะมีนาคมดูท่าจะยาวนานเหลือเกินแน่ๆ ดังนั้นวันนี้เลยขอเลือกโปรแกรมนวดแบบผ่อนคลายขั้นสุดไปเลย

วันนี้เราเลือกโปรแกรมนวดเป็นการ นวดหินร้อน หรือชื่อเต็มๆว่า Aromatic Hot Stone Massage (นวดหินร้อน) 90นาที ราคา 2,200 บาท

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของการนวดหินร้อนของเรา เพราะเราเคยนวดหินร้อนมาก่อน ซึ่งเอาจริงๆ เราชอบการนวดหินร้อนมากกว่า การนวดน้ำมันแบบปกติทั่วไป เพราะมันผ่อนคลายกว่า

ก่อนจะเริ่มนวดพนักงานจะนำกลิ่นของน้ำมันที่จะใช้ในการนวดมาให้เราเลือก โดยที่นี่มีกลิ่นให้เลือกมากถึง 6 กลิ่น และเราเลือกเป็นกลิ่นRelaxing Massage Oil ซึ่งเป็นกลิ่น Singnature ของที่นี่ โดยกลิ่นนี้ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อคุณสมบัติในด้านความผ่อนคลายแต่ยังมอบความรู้สึกสดชื่นไปพร้อมๆ กัน ช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายความเหนื่อยล้า และความเครียดสะสม ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งด้วย

Let’s Relax Spa สาขานี้มีห้องนวดเยอะทีเดียวค่ะ ภายในมีโซนนวดต่างๆที่แยกกันไปตามแต่ละโปรแกรมการนวด

ห้องสปาของเราเป็น city view มองเห็น centralworld แบบพอดีเเลย ห้องนี้เป็นห้องคู่เหมาะกับใครที่มากับเพื่อนสาว หรือ มากับแฟน ภายในห้องนวด มีห้องอาบน้ำ มีตู้เซฟ ชั้นวางของ ชุดคลุมอาบน้ำ ผ้าขนหนู และ กางเกงสำหรับใส่เวลาที่เรานวดสปา

ภาพนี้เป็นภาพหลังเรานวดเสร็จแล้ว เตียงเลยจะยับๆหน่อย

เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว พี่ therapist จะให้เราอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยการนวดสปาอย่างที่เรารู้จักว่าเราต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมด โดยจะเหลือไว้เพียง กกน เท่านั้น (เปลี่ยนเป็น กกน ของสปาได้เลย) แล้วก็คลุมด้วยชุดคลุมอาบน้ำ และสำหรับคนที่ไม่เคยนวดสปามาก่อน สามารถแจ้งพี่ therapist ได้เลยค่ะ แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่แจ้งใดๆ แต่ therapist ก็จะเซฟเราสุดๆเลยค่ะ เพราะพี่ๆเขาผ่านการอบรมมาแล้วอย่างดี ดังนั้นสบายใจได้เลย

Aromatic Hot Stone Massage (นวดหินร้อน) 90นาที โดยการนวดหินร้อนนั้น จะใช้หินที่มีคุณสมบัติของหินภูเขาไฟ จะช่วยกระจายความร้อน ช่วยเก็บกักความร้อนไว้ในหินเพื่อให้หินมีอุณหภูมิที่คงที่ เมื่อมานวดบนตัวเราจะช่วยกดจุดเพื่อคลายเส้น คลายกล้ามเนื้อ ทำให้ลงน้ำหนักการนวดได้ลึกยิ่งขั้น

โดยการนวดในครั้งนี้ของเราจะเป็นการนำเอาหินภูเขาไฟอุ่นๆ ที่มีขนาดต่างกันถึง 37 ก้อน มาวางตามจุดสรีระต่างๆ บนร่างกาย เพื่อให้ความร้อนจากหิน แทรกซึมลงในกล้ามเนื้อ โดยลักษณะของขนาดก้อนหินจะแตกต่างไปตามจุดสรีระตามร่างกายของเราค่ะ

สำหรับ feeling ในการนวดด้วยหินร้อน เริ่มแรกเป็นการนวดแบบคล้ายการนวดอโรม่าทั่วไป โดยใช้น้ำมันกลิ่นที่เราได้เลือกมาในตอนแรก แล้วจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการใช้หินร้อน โดยหินร้อนๆๆนี่จะไม่ได้โดนร่างกายเราโดยตรงนะคะ จะมีการรองผ้า และทำให้ความร้อนนั้นคลายก่อน และมีการวอร์มความร้อนจากหินด้วยมือของพี่ therapist มาสัมผัสบนตัวก่อน

ระยะการนวด 90 นาที เป็นการนวดที่ผ่อนคลายมาก หลายคนอาจจะคิดว่าการนวดด้วยหินร้อน การลงน้ำหนักมือของพี่ therapist อาจจะไม่แรงเท่ากับการนวดอโรม่า แต่ต้องบอกเลยว่าการนวดด้วยหินร้อนนั้น เป็นการนำความร้อนมาใช้เพื่อลดความตึงเครียด อาการตึงของกล้ามเนื้อ แล้วยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นการผ่อนคลายขั้นสุดของคนที่ปวดเมื้อยแบบเราเลยค่ะ

ตลอดการนวดจะมีเพลงเปิดคลอเบาๆตลอดเวลา ทำให้เราได้ใช้เวลา 90 นาทีไปกับการดื่มด่ำช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ ผ่อนคลายจนเราหลับไปบางช่วงเลยล่ะ สบายจริงงงงง

ประโยชน์ของการนวดหินร้อน

  • ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็งได้ โดยหลังจากที่เรานวดเสร็จจะรับรู้สึกความผ่อนคลายได้เลยค่ะ และหลังนวดประมาณ 5-7 วัน เราไม่มีอาการกลับมาปวดเมื้อยเลย
  • ลดอาการปวดเมื่อยก่อนมีประจำเดือน และ ช่วงมีประจำเดือน เพราะก่อนเราจะไปนวดเป็นช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วยลดอาการปวดเมื้อยทั้งก่อน และ ตอนมีประจำเดือนได้มากเลยค่ะ
  • ช่วยลดความเครียด ความเมื่อยล้า และอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม

เมื่อนวดเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาด้านนอกตรงล็อบบี้จะมีชาอุ่นๆมาเสิร์ฟให้จิบเบาๆ

ใครติดใจการนวด หรือน้ำมันของทางสปา หรือสนใจอยากจะรับผลิตภัณฑ์เขาไปลองใช้ ก็มีให้เลือกเยอะมากกก

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองมาทำสปาสักครั้ง แต่ไม่รู้จะเลือกทำสปาที่ไหนดี หรือ เลือกโปรแกรมไหนดี เราแนะนำ the let’s spa สามารถเลือกใช้บริการสาขาที่อยู่ใกล้เราได้เลยค่ะ เพราะที่นี่เขามีสาขาเยอะมาก ส่วนเรื่องโปรแกรมสามารถปรึกที่สาขาได้เลยว่า เราควรนวดอะไรดี อันไหนเหมาะกับเราที่สุด

The let’s spa สาขาเดอะมาร์เก็ต

เลขที่ 99 ถนนราชดำริห์ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เปิด : ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 24.00 น.

Tel :   02 655 3052

FB : https://www.facebook.com/letsrelaxspa.official/

Web : https://letsrelaxspa.com/th/

Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi | ที่พักสวยกระบี่

หน้าร้อนมาทักทายเราอย่างเป็นทางการแล้ว

ทริปนี้เราเลยอยากชวนทุกคนหนีเที่ยวไปติดเกาะกันที่กระบี่

ทริปนี้เราชวนทุกคนมาติดเกาะกันที่จังหวัดกระบี่ค่ะ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่อ่าวต้นไทร (ใกล้ไร่เลย์) โดยที่พักของเราในทริปนี้ชื่อว่า Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi

วิธีการเดินทางไปอ่าวต้นไทร จ.กระบี่

สำหรับคนที่เดินทางมาด้วยเครื่องบินนะคะ หากว่าทริปนี้พักที่นี่ทีเดียว หรือไม่มีทริปบนฝั่งต่อ แนะนำว่าไม่ต้องเช่ารถนะคะ เพราะว่าเวลาส่วนใหญ่เราอยู่บนเกาะ และที่กระบี่หาที่จอดรถค้างคืนบนฝั่งได้ยากมาก

การเดินทางจากสนามบินกระบี่ : แนะนำให้เดินทางด้วย Shuttle bus แวะส่งที่ตัวเมืองกระบี่ และ บริเวณอ่าวนาง หากใครพักโรงแรมแถวอ่าวนาง สามารถแจ้งชื่อโรงแรมได้เลย รถจะไปส่งถึงหน้าโรงแรม ค่าโดยสารคนละ 150 บาท (ลงในเมือง100บาท)

ส่วนขากลับมายังสนามบิน : .ให้เราโทรไปยังเบอร์คนขับรถที่เราได้รับมาในวันแรกที่เดินทางจากสนามบิน จะมีเบอร์โทรของรถที่จะวนรับเรา แค่แจ้งสถานที่รับ ไฟลท์บินขากลับ จำนวนคน แล้วพี่คนขับจะแจ้งเรากลับมาเองว่าจะมารับกี่โมง ค่าโดยสารคนละ 150 บาทเท่าเดิม

เรือไปอ่าวต้นไทร : จุดลงเรืออยู่ที่อ่าวนาง ใกล้ๆกับป้อมตำรวจอ่าวนาง มาถึงสามารถแจ้งได้เลยค่ะ ว่าเราจะไปอ่าวต้นไทร ค่าโดยสารคนละ 100 บาท เป็นเรือจอยกับคนอื่น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ไปลงอ่าวต้นไทร และ ไร่เลย์ เพราะอยู่ใกล้กัน

ส่วนขากลับเราสามารถจองเรือมากับโรงแรมได้เลยค่ะ เรือเที่ยวละ 600 บาท ถ้ามีคนเดินทางพร้อมกับเราก็จะหารตามจำนวนคนไป (ไม่เกิน 6 คนต่อเที่ยว)

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปติดเกาะที่อ่าวต้นไทร

  • Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมีครบ
  • ด้วยที่นี่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง แต่โรงแรมมีระบบปั่นไฟ และโซลาร์เซล ซึ่งจะมีแค่ช่วง 10.00 -14.00 น. เท่านั้นที่ระบบแอร์ทั้งโรงแรมจะตัด ส่วนไฟยังมีปกติ พัดลมใช้ได้ทั้งวัน
  • อาหารเช้าที่นี่ไม่เยอะแบบโรงแรม 4-5 ดาว แต่อิ่มและอร่อยทุกมื้อ
  • สามารถฝากท้องไว้ที่ห้องอาหารได้ทุกมื้อ ราคากลางๆ รสชาติอร่อย
  • มีบริการน้ำดื่มฟรี (นอกเหนือจากในห้องที่ฟรีวันละ 2 ขวด) เราสามารถนำขวดมาเติมได้ฟรีที่ห้องอาหาร
  • ที่พักมีทั้งห้องแบบวิลล่า และ dormitory
  • สำหรับวิลล่า ตอนจองมาระบบไม่ได้ล็อคว่าเราได้หลังไหน ที่นี่ใครมาเช็คอินก่อน สามารถเลือกทำเลของวิลล่าได้ก่อน

Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi

ทริปนี้เราจองห้องแบบวิลล่ามาค่ะ เมื่อมาถึงแล้วก็ทำการเช็คอิน กรอกข้อมูลต่างๆ แล้วทางโรงแรมจะให้เราเลือกห้องได้เอง ซึ่งตอนที่เราไปพักนั้น วิลล่าทำเลดีๆที่เห็นทะเลชัดๆแจ่มๆ ถูกแขกคนอื่นที่มาถึงก่อนเราเช็คอินเข้าเรียบร้อยแล้ว วิลล่าที่เราได้เลยไม่ใช่หลังที่เห็นวิวทะเลชัดมากสักเท่าไหร่ และเราได้วิลล่าที่เป็นบ้านแฝด ทำให้มุมหน้าห้องไม่ได้สวยมากนัก แต่โดยรวมๆถือว่าโอเคเลยค่ะ

วิวที่เห็นจากวิลล่าที่เราพัก

มาดูภายในวิลล่าของเรากันค่ะ ด้วยหลังที่เราพักเป็นวิลล่าแฝด ทำให้มุมระเบียงหน้าบ้านจะยื่นออกมาด้านข้าง (ไม่เหมือนระเบียงหน้าของวิลล่าเดี่ยว) และมุมกระจกจากเตียงจะมีบานหน้าต่างสีดำที่มาบดบังวิวหน่อยๆ แต่ยังไงเราก็ชอบวิลล่าที่นี่มากอยู่ดี

มาดูส่วนของห้องน้ำ พื้นที่แต่งตัว และมุมเก็บของต่างๆ ซึ่งภายในห้องจะมีไดร์เป่าผม อุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำมีครบ และพื้นที่กว้างมากด้วยค่ะ

สำหรับเราชอบสุดก็น่าจะเป็นระเบียงของวิลล่านี่แหละ ชิลมากก

เราพาไปดูส่วนของพื้นที่รอบๆที่เป็นวิลล่า โดยแต่ละหลังจะไม่ได้อยู่ติดกันมากนัก ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวดีทีเดียวค่ะ พร้อมกับมีมุมถ่ายรูป มุมพักผ่อนกระจายๆกันอยู่ค่ะ

หากใครมากระบี่ ช่วงเวลาตอนบ่ายๆเย็นๆเป็นต้นไป ทะเลกระบี่จะน้ำลด ลดจนแห้ง จนเราสามารถเดินไปกลางทะเลยังได้ แต่มันก็ทำให้ที่นี่สวยไปอีกแบบ จนทำให้เราสามารถถ่ายรูปออกมาเก๋มากเลยล่ะ

ช่วงเย็นเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตก ถึงแม้ว่าบนอ่าวต้นไทรจะมองไม่เห็นพระอาทิตย์ตกน้ำแบบเต็มๆ แต่ว่าช่วงเวลาตอนเย็นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สวยอย่างกับต้องมนต์เลยค่ะ

จริงๆวิวนี้เราสามารถมองเห็นจากระเบียงวิลล่าได้เลยนะ หรือใครจะลงมาถ่ายรูปที่หน้าหาด ก็จะโคตรสวยประมาณนี้เลย

มื้อค่ำเราฝากท้องไว้ที่ห้องอาหาร แนะนำว่าให้เรามาสั่งเมนูอาหารไว้ตั้งแต่ตอนเช็คอินเลยค่ะ แล้วนัดเวลา จองโต๊ะว่าเราอยากจะทานกี่โมง เพราะห้องอาหารที่นี่มีแม่ครัวน้อย หากเรามาสั่งตอนที่จะทานเลย (สำหรับมื้อเย็นนะ) อาจจะต้องรอนาน

เมนูมีไม่เยอะนัก แต่รสชาติอาหารถือว่าอร่อยมากเลยค่ะ เผ็ดได้ใจคนใต้มาก

เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นมาเพราะชอบทะเลตอนเช้าๆ มันเป็นห้วงเวลาที่อากาศดีมาก และหน้าบ้านเราก็สามารถมองเห็นทะเลทุกช่วงเวลาจริงๆ

บริเวณหน้าหาด ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่เป็นช่วงเวลาที่สวยมากอีกช่วงเลยค่ะ เช้านี้เรามาก่อนน้ำจะขึ้นเลยได้เก็บบรรยากาศมาฝาก

ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับใครที่อยากจะว่ายน้ำในส่วนของสระว่ายน้ำส่วนกลาง เพราะคนน้อย และเราว่าเป็นบรรยากาศที่สวยมากเลยค่ะ

สำหรับอาหารเช้า เราสามารถสั่งได้คนละ 1 ชุด โดยเราสั่งเป็นชุดข้าวต้ม และ ชุดอเมริกันเบรคฟาส มื้อเช้าอาจจะไม่เยอะ แต่ใครกินหมดก็อิ่มไปตลอดเช้านี้เหมือนกันนะ

อิ่มแล้วเราพาไปเดินดูรอบๆโรงแรมในช่วงตอนเช้ากันค่ะ วันนี้แดดแรงทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้าสวยมากๆเลยค่ะ

หลังเดินย่อย จนหายอิ่มแล้วก็ถึงเวลาของกิจกรรมปล่อยพลัง ส่วนตัวเราชอบการพายคายัคมาก เพราะมันใช้แรงดี สนุก และอีกอย่างมันได้ล่องไปในทะเล เป็นกิจกรรมโปรดของเราเลยค่ะ

ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคายัค paddle board และมีคายัคใสด้วย แต่กิจกรรมเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายนอกนะคะ ราคาจะอยู่ที่บริเวณล็อบบี้ตรงที่เราเช็คอินกันค่า (คายัคราคา ชั่วโมงละ 200 บาท)

สรุป

สุดท้ายหากใครอยากหนีเที่ยวลงใต้ อยากพักโรงแรมที่ยังไม่ซ้ำใครมากนัก ใช้งบไม่เยอะ แต่ได้ใช้ชีวิตๆๆ ติดทะเลทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi

Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi

1057 Moo 2 Tonsai Beach, ตำบล อ่าวนาง Ampur Muang, กระบี่ 81000

Tel :  075 818 301

FB :https://www.facebook.com/Tinideekrabi/

Web : https://www.tinideekrabiresort.com/

Sapan See View | สะปัน จ.น่าน

น่านทริปแรกของปี

สะปันทริปแรกของชีวิต

ทริปนี้เป็นการไปสะปันครั้งแรกของเรา โดยจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ สะปัน ซีวิว อ.บ่อเกลือ จ.น่าน โดยการเดินทางมาที่นี่ไม่ยากค่ะ เราสามารถขับรถมาตาม Google Maps ได้เลย เมื่อใกล้ถึงหมู่บ้านจะมีป้ายบอกชื่อที่พักที่เป็นระยะๆ ไม่หลงแน่นอน

สะปัน ซีวิว เป็นที่พักที่สวยมากกกกแห่งหนึ่งในสะปันเลย เพราะว่าตัวที่พักวางอยู่บนเนินสูงและชันพอสมควร นอกจากวิวสวยแล้ว นั่นแปลว่า เราจะต้องเดินขึ้นจากที่จอดรถมายังบ้านพักเล่นเอาลิ้นห้อยเหมือนกัน (จริงๆสามารถเอารถขึ้นมาได้ แต่ทางชันมาก ขับรถไม่แข็งพอไม่แนะนำ)

สะปัน ซีวิว มีห้องพักหลากหลายรูปแบบ แต่ทริปนี้เราเลือกพักบ้านพัก มีห้องน้ำส่วนตัว วิวสวย และก็ถือว่าสะดวก สบายที่สุดด้วย โดยราคาคนละ 900 บาท เราพักบ้านพักหลังที่ 4 (บ้านทั้งหมดมี 4 หลัง) บ้านทุกหลังจะมีระเบียง มีเก้าอี้พักผ่อนแตกต่างกันไป วิวของแต่ละหลังก็จะมีความต่าง ตามความสูงของแต่ละหลังด้วย

(แอบยืมรูปมาจากที่พัก)

มาดูภายในบ้านหลังที่ 4 และวิวหน้าบ้านของเรา

สิ่งอำนวยความสะดวกที่มี คือ เครื่องทำน้ำอุ่น พัดลม ปลั้กพ่วง ดังนั้นสบายใจได้ค่ะ ไม่ได้ลำบาก ลำบนอะไรเลย

วิวที่ระเบียงบ้านเรามันสวยมากจริงๆๆนะ และวิวก็เปลี่ยนไปตลอดเวลาด้วยสิ

เราโชคดีที่ไปแล้วได้เจอฝนตกพอดี เพราะนอกจากฝนจะทำให้บรรยากาศน่าเอนหลังมากแค่ไหน

ฟ้าหลังฝนที่จะตามมาก็จะสวยมากเท่านั้น

ในจุดที่สะปัน ซีวิวตั้งอยู่ เป็นมุมที่ทำให้เราเห็นหุบเขาของสะปันชัดมากเลยละ

นอกจากระเบียงบ้านเราที่วิวสวยมากแล้ว ที่นี่ก็มีมุมถ่ายรูปสวนกลางที่สวยมากเช่นกัน และเราโชคดีมากกก ที่ได้เจอรุ้งซ้อนรุ้ง สวยมากกกกก

ตอนเย็นเราสั่งขันโตกจากที่พักเอาไว้ เพราะไม่ต้องไปวุ่นวายหาร้านอาหาร หรือสั่งจากร้านมากินอีก ขันโตกมื้อเย็น จะเป็นกับข้าวแบบง่ายๆ คนละ 150 บาท แต่วิวตรงหน้าทำให้กับข้าวมื้อนี้อร่อยมาก

ตอนเย็นจนค่ำ เราก็นั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน แล้วนั่งมองภูเขาที่อยู่ตรงหน้า มันสวยจนละสายตาไม่ได้บวกกับบรรยากาศหมู่บ้านแห่งนี้

คุ้มค่ากับการเดินทาง

เมื่อคืนเราหลับไปแบบสบายมาก เพราะด้วยอากาศที่หนาวตลอดทั้งคืน ทำให้การซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเป็นสิ่งที่ฟินที่สุด เช้านี้ตื่นมาพร้อมกับอากาศที่มีความขมุกขมัวอยู่บ้าง เพราะคาดว่าฝนน่าจะตกอีกเช่นกัน

อาหารเช้าของที่นี่จะต้องไปทานที่พื้นที่ส่วนกลางนะคะ เมนูจะประกอบไปด้วย ข้าวต้ม กาแฟ/โอวันติน ขนมปัง ไข่ต้ม ทุกอย่างเติมได้ไม่อั้น และวิวตรงบ้านส่วนกลางสวยมากเลยนะคะ แทบจะไม่มีอะไรมาบดบังเลย

อิ่มแล้ว ก็ยังมานั่งมองวิวภูเขาหน้าบ้านต่ออีกกกก เพราะว่าวันนี้เราจะบอกลาสะปันแล้วก็นั่งมองให้เบื่อภูเขาไปเลยเถอะ

สุดท้ายใครกำลังอยากมาสะปัน ไม่รู้จะพักที่ไหนดี อยากพักที่พักวิวสวยๆ เราแนะนำที่นี่เลย “สะปันซีวิว” รับรองเราจะได้นั่งมอง นอนมอง ภูเขาทั้งวันแน่นอน

สะปันซีวิว

Address : ตำบล ดงพญา อำเภอ บ่อเกลือ น่าน 55220

Tel :  091 959 5642

FB : https://www.facebook.com/SapanSeeview.Nan/

บ้านต้นไม้แม่แมะ เชียงดาว | ให้สีเชียวเยียวยา

หนึ่งในที่พักที่เราอยากพักมากที่สุดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่

บ้านต้นไม้แม่แมะ

ทริปนี้เราไปเชียงดาว โดยที่จุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ บ้านต้นไม้แม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นที่พักที่เราจองนานมาก (แนะนำใครอยากพักให้จองเนิ่นๆเลยค่ะ ) การเดินทางมาที่นี่ไม่ยากค่ะ แค่เราขับรถตาม maps มาได้เลย แต่หากใครไม่ชินกับการขับบนเขาอาจจะต้องระวังหน่อยเท่านั้นเอง

เรามาถึงบ้านต้นไม้ประมาณบ่ายสามโมง เป็นช่วงเวลาที่หลายๆคนมาถึงแล้ว เราจอดรถที่วัดแม่แมะ แล้วเอาสัมภาระไปเช็คอินกันและครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งของการพักแบบที่เราต้องแชร์บ้านหลังใหญ่กับคนอื่น

ด้วยเราบุคคลที่จองมาเนิ่นนานกว่าจะได้เข้าพักจริงสักที ก็อยากจะได้ห้อง 1 คือ ห้องที่ถูกจองเต็มตลอดกาล เป็นห้องที่มีหน้าต่างบานใหญ่ที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับสีเขียวของป่าแบบแค่เอื้อม ซึ่งตอนแรกห้องที่เราจองมาไม่ใช่ห้อง 1 เพราะห้องนั้นไม่ว่าง แต่ทางที่พักได้บอกเราว่า หากในวันที่เราจะเข้าพักห้อง 1 ว่าง จะย้ายเราไปพักห้องนั้นให้นะ (ตอนนั้นแค่ได้ฟังก็คือขอบคุณมากๆๆละ)

เมื่อมาเช็คอินก็ได้รู้ว่า แต้มบุญเรายังมี คือเราได้ห้องวิว 1 กรี๊ดมากกกก มันคือห้องที่อยากมาพักโดยตลอด และใช้เวลานานมากกว่าเราจะได้มาที่นี่จริงๆสักที

ภายในห้องพักมีพัดลม เพราะที่นี่อากาศเย็นทั้งปี แอร์คือไม่จำเป็นเลย มีผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัวให้ มีน้ำดื่มให้ ส่วนห้องน้ำที่นี่จะเรียกว่าห้องน้ำส่วนตัว เพราะแต่ละห้องพักจะมีห้องน้ำเป็นของตัวเอง สะอาด มีน้ำอุ่น แต่ตัวห้องน้ำจะอยู่นอกห้องนอน โดยประตูของแต่ละห้องน้ำจะบอกเลขห้องนอนของเรา (เราดันลืมถ่ายรูปมา)

ภายในบ้านต้นไม้เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ที่แอบตัวเองอยู่ในป่า ส่วนกลางของที่นี่มีพื้นที่พักผ่อนอยู่เยอะเลย ส่วนกิจกรรมที่นี่มีเยอะเลยค่ะ แต่เราเลือกที่จะใช้ชีวิตนั่งๆ นอนๆ พักผ่อนอิงแอบไปกับธรรมชาติแทนการโลดโผนใดๆ

ช่วงเย็นจะมีแม่บ้านมาก่อไฟ เพราะในช่วงมกราคมที่เราไปพักอากาศเย็นจนถึงหนาวเลย และเป็นช่วงเวลาที่ดีนะ ที่เราได้นั่งผิงไฟอยู่กับธรรมชาติ

ที่พักที่นี่จะเป็นราคาที่รวมมอาหาร 2 มื้อ คือมื้อคำและมื้อเช้า โดยทุกมื้อจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ให้เราสามารถตักอง เติมได้มั้ยอั้น และรสชาติกับข้าวฝีมือป้าแม่ครัว อร่อยมากเลยค่ะ ส่วนใครสายเครื่องดื่ม ซื้อมาเองได้เลย แล้วมาซื้อน้ำแข็งที่นี่ เพราะไม่มีตู้เย็นสำหรับให้แขกแช่นะคะ หรือจะมาซื้อเครื่องดื่มเย็นที่นี่ก็ได้นะ

เราใช้เวลาช่วงค่ำไปกับการนั่งคุย และทักทายเพื่อนร่วมบ้านในวันนี้ แต่ละคนไม่ได้มีใครที่ต้องการส่งเสียงดัง แต่ละคนมาเพื่อพักผ่อน สุดท้ายเราต่างคนต่างแยกย้ายกันเพราะอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ จนคิดว่าการเอาตัวไปซุกอยู่ในผ้าห่มหนาๆอุ่นๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เช้านี้อากาศหนาวเลย เราตื่นมาพร้อมกับเปิดหน้าต่างบานใหญ่ที่ทำให้เราอยู่ใกล้กับธรรมชาติมากขึ้นไปกว่าเดิม

ใครมาพักที่นี่แล้วอยากตักบาตร สามารถสั่งชุดตักบาตรจากป้าแม่ครัวได้นะคะ ชุดละ 70 บาท

ตักบาตรเสร็จอิ่มบุญไปถ้วนหน้า แล้วก็ถึงเวลาของการอิ่มท้องบ้างละ หิววว อาหารเช้าเริ่ม 8.00 -10.00 น. บริการตัวเอง เติมได้ไม่อั้นเหมือนเดิม

อิ่มแล้วก็พักผ่อนและปล่อยให้กระเพาะของเราย่อยอาหารต่อไป

สุดท้ายหากใครสักคนกำลังมองหาทริปหรือที่พักที่จะพาเราไปเจอกับธรรมชาติ ในอยู่ในอ้อมกอดของป่า

เราว่าที่นี่แหละคือคำตอบ “บ้านต้นไม้แม่แมะ”

บ้านต้นไม้ แม่แมะ

Address : ตำบล แม่นะ อำเภอเชียงดาว เชียงใหม่ 50170

Tel :  081 958 5601

เช็คห้องว่าง : https://www.treehousehomestay.com/

FB : https://www.facebook.com/TreeHouseHideaway/