อุทัยธานี ครั้งแรก 2 วัน 1 คืน | 10 จุดเช็คอิน

“อุทัยธานี” เป็นจังหวัดที่อยู่ส่วนไหนของแผนที่ประเทศไทยว่ะ ??

ประโยคข้างต้นเป็นบทสนทนาของเรากับเพื่อน

ทริปนี้เป็นทริปหนีเที่ยวจังหวัดอุทัยธานีครั้งแรกของเรา เรามีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ไหนๆก็เป็นครั้งแรกแล้ว เราขออาสาพาทุกคนที่ยังไม่รู้จักอุทัยธานีหนีเที่ยวไปด้วยกันในทริปนี้ค่ะ

ทริปนี้เราขอพาทุกคนหนีเที่ยวทำความรู้จักอุทัยธานีผ่าน 10 จุดเช็คอินที่น่าสนใจกันค่ะ

  1. วัดท่าซุง

สถานที่แห่งแรกที่เราอยากจะชวนทุกคนมาเช็คอินกันเมื่อมาถึงจังหวัดอุทัยธานี สถานที่แห่งนี้ก็คือ วัดท่าซุง วัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี ใครมาอุทัยธานีแล้วก็แนะนำให้มาที่พระวิหารแก้วที่ ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และสรีระสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ใครมาอุทัยธานีแล้วก็อยากแนะนำให้แวะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลกันค่ะ

วัดท่าซุง

วิหารแก้วจะเปิดให้เข้าชม 2 รอบ คือ เช้า: เปิด 9.00 – 11.45 น. และ บ่าย: เปิด 14.00 – 16.00 น.

2. X-bar Café

มาถึงจังหวัดอุทัยธานีแล้ว เราไปหากาแฟดีๆสักแก้วกันค่ะ คาเฟ่แรกที่เราอยากแนะนำก็คือ X-bar cafe คาเฟ่บรรยากาศเท่ห์ๆ ของอุทัยธานี คาเฟ่แห่งนี้เน้นเมนูของเครื่องดื่ม กาแฟอร่อยมากทีเดียวค่ะ และที่สำคัญที่ชอบมากคือ ราคาแต่ละเมนูน่ารักมาก ใครหนีเที่ยวมาอุทัยธานีอยากดื่มกาแฟอร่อยๆสักแก้วเราแนะนำที่นี่เลย

X-bar Café

ที่อยู่ :  ซอย รักการดี เมือง อำเภอเมืองอุทัยธานี อุทัยธานี 61000

เปิด : 7.00-16.30 น.

Tel : 080 966 2328

FB : https://www.facebook.com/XbarcafeUthaithani/

3. เรือนคุณแม่ โฮมสเตย์

ทริปนี้เราหนีเที่ยวอุทัยธานี 2 วัน 1 คืน โดยที่พักที่เราอยากมาพักมากที่สุดในอทุยธานีก็คื “เรือนคุณแม่ โฮมสเตย์”

เรือนคุณแม่ โฮมสเตย์ ที่พักน่ารักที่ซ่อนตัวอยู่บนเกาะเทโพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในตัวเมืองอุทัยธานี พื้นที่โดยรวมของที่พักไม่มากนัก แต่ที่นี่ออกแบบบ้านพักให้มีความเป็นส่วนตัวมาก ภายในห้องพักของเราก็น่ารักมากก ห้องกว้าง แบ่งสัดส่วนระหว่างโซนเตียง พื้นที่พักผ่อน และห้องน้ำได้ดีเลย เราชอบที่นี่มาก มุม แสง ทุกอย่างถูกจัดมาให้สวยมาก

บรรยากาศที่พักตอนเย็นก็ดีมากค่ะ เราแค่ข้ามถนนคอนกรีตเล็กๆ ก็สามารถชิลกับริมน้ำเจ้าพระยาได้แล้ว ราคาที่พักที่นี่จะรวมอาหารเช้าด้วยนะคะ โดยเมนูอาหารทางที่พักจะให้เราเลือกตั้งแต่ตอนเช็คอินเลยค่ะ

เรือนคุณแม่ โฮมสเตย์

ที่อยู่ : ตำบล เกาะเทโพ อำเภอเมืองอุทัยธานี อุทัยธานี 61000

Tel : 081 870 4066

FB : เรือนคุณแม่ โฮมสเตย์

4. ร้านน้ำเต้าหู้ไซ้จันทร์

ช่วงเย็นๆ ค่ำๆ ของทริปวันแรก เราจะชวนทุกคนไปกินน้ำเต้าหู้ ขนมปังสังขยา และปาท่องโก๋อร่อยๆกันค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า “ร้านน้ำเต้าหู้ไซ้จันทร์” เป็นร้านน้ำเต้าหู้เก่าแก่ ตัวร้านตั้งอยู่ที่วงเวียนวิทยุ ด้วยร้านเป็นร้านดังเก่าแก่ ทำให้ที่นี่จะมีลูกค้าทยอยกันมาเช็คอินอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับเราประทับใจมากก ทุกอย่างอร่อย และราคาถูกมากกก ถูกจนตกใจว่าร้านคิดราคาให้ถูกต้องแน่ๆใช่มั้ย ใครมาอุทัยธานีเราแนะนำเลยค่ะ

ร้านน้ำเต้าหู้ไซ้จันทร์

ที่อยู่ : 133 ถนนท่าช้าง ตำบล อุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี อุทัยธานี 61000

เปิด : 15.00-21.00 น.

Tel : 086 590 8401

FB : https://www.facebook.com/profile.php?id=100031733426222

5.Tone Café

ใครมาเที่ยวตัวเมืองเก่าของอุทัยธานี เราอยากแนะนำให้แวะ “Tone Café” คาเฟ่ขนาดเล็กที่หน้าตาน่ารักแอบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านไม้หลังเก่าติดกับถนนคนเดิน หรือ ตลาดเก่าบ้านสะแกกรัง ภายในร้านมีโต๊ะรองรับลูกค้าอยู่ไม่เยอะ ด้วยขนาดของร้านที่เป็นตัวบังคับ แต่มุมที่เราชอบมากที่สุดก็คือหน้าร้าน มุมเก๋มากก ถ่ายรูปออกมาปังมากก ชอบสุดๆค่ะ

และแน่นอนค่ะว่าเมนูเครื่องดื่มของร้านนี้อร่อยมากกก กาแฟดีเลยค่ะ และโกโก้เจ้มจ้นมากก

Tone Café

ที่อยู่ : 38 ซอย สุขเกษม ตำบล อุทัยใหม่ เมือง อุทัยธานี 61000

เปิด : 8.30-16.30 น.

Tel :  080 220 7254

FB : https://www.facebook.com/TonecafeUthaithani/

6. เจ๊โหนก ก๋วยเตี๋ยวไก่

ใครมาเที่ยวอุทัยธานี เราอยากจะชวนมากินก๋วยเตี๋ยวไก่ร้านเจ๊โหนกกันค่ะ ความเด็ดของร้านนี้คือ ไก่ตุ๋นสูตร โบราณเมืองอุทัย ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นแม่ ไก่ตุ๋น คือ เนื้อละลาย อร่อยมากกเลยค่ะ ใครมาเที่ยวอุทัยธานี แนะนำว่าไม่ควรพลาดเลยค่ะ

เจ๊โหนก ก๋วยเตี๋ยวไก่

ที่อยู่ : ตรอก โรง ยา, ตำบล อุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี อุทัยธานี

เปิด : 9.00-16.00 น.

Tel : 093 261 9226

FB : https://www.facebook.com/profile.php?id=100044996094493

7. บ้านชายเขา จุดชมวิวสวิตเซอร์แลนด์ อุทัยธานี

บ้านชายเขา เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่อยากแนะนำสำหรับคนหนีเที่ยวอุทัยธานี ด้วยวิวที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูน ทอดตัวยาว ทำให้วิวที่นี่สวยงามจนโดนเปรียบดั่งสวิตเซอร์แลนด์เลยนะ ที่นี่นอกจากจะเป็นจุดชมวิวที่ถ่ายรูปสวยแล้ว ยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร ที่พัก และ จุดกางเต๊นท์ด้วยนะคะ

ใครหนีเที่ยวมาอุทัยธานีแล้วแนะนำต้องมาถ่ายรูปเช็คอินที่นี่กันหน่อย

บ้านชายเขา

ที่อยู่ :  ตำบล ทุ่งนางาม อำเภอลานสัก อุทัยธานี 61160

8. หุบป่าตาด

หุบป่าตาด ตั้งอยู่ใน ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี  ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่สวยแปลกตา เหมือนเราได้เข้าไปในหุบเขาวงกตที่ไหนสักแห่ง  หุบป่าตาด ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากที่นี่มีภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้ โดยหุบป่าตาดมีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ เมื่อเราเดินผ่านโถงเข้าไป ก็จะเจอกับผืนป่าต้นตาด และพืชแปลกตา

ที่นี่มีเส้นทางศึกษาชมธรรมชาติระยะสั้นๆ เดินสบาย สองข้างทางมีพืชและหินแปลกตา เหมาะสำหรับสายถ่ายรูปมากค่ะ มุมแปลกตา เรียกยอดไลค์ได้แน่นอน ใครหนีเที่ยวอุทัยธานีต้องไม่พลาดที่นี่เลยค่ะ

หุบป่าตาด

ที่อยู่ : ตำบล ทุ่งนางาม อำเภอลานสัก อุทัยธานี 61160

เปิด : 8.30-16.30 น.

9.ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ 

อีกหนึ่งสถานที่สวย มุมถ่ายรูปเก๋ สำหรับทริปอุทัยธานี ที่นี่ก็คือ ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ ที่นี่ตั้งอยู่ใน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่นี่เป็นฝายกั้นน้ำของชุมชนที่สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำและชะลอการไหลของน้ำ ซึ่งหากว่าเมื่อไหร่มีฝนตกหนักเกินความจุของฝายกั้นน้ำ ก็จะทำให้ที่นี่มีน้ำไหลเกิดเป็นม่านน้ำสวยๆ ให้นักท่องเที่ยวชอบแวะแบบเราได้มาถ่ายรูปกัน

สำหรับที่นี่ต้องบอกทุกคนก่อนว่า ต้องวัดดวงกันเลยค่ะ เพราะวันที่เรามาอาจจะไม่มีน้ำไหล หรือ เป็นน้ำไหลเอื่อยๆก็ได้นะคะ ส่วนของเราไม่แน่ใจว่าดวงดี ดวงแรง หรืออะไร เพราะวันที่เราไปคือน้ำไหลแรงมากกก มากจนเปียกกก

สำหรับการเดินทาง สามารถปักหมุด แล้วขับรถตาม google maps ได้เลยค่ะ ใครเที่ยวอุทัยธานีอยากได้รูปสวยๆ ก็ต้องลองไปวัดดวงที่นี่กันหน่อยค่ะ

ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์

ที่อยู่ : หมู่ที่ 11 ตำบล คอกควาย อำเภอ บ้านไร่ อุทัยธานี 61140

10. ต้นไม้ยักษ์

อุทัยธานี ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยว unseen เยอะมากๆอีกหนึ่งจังหวัด และอีกหนึ่ง unseen ที่เราอยากแนะนำให้คนที่หนีเที่ยวมา อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานีได้แวะมาเช็คอิน ต้นไม้ยักษ์ หรือ ต้นเซียงยักษ์ มีอายุหลายร้อยปี เป็นต้นไม้คู่ชุมชนบ้านสะนำมาเนิ่นนาน

ใครมาที่นี่นอกจากจะมีต้นไม้ยักษ์ให้เราได้ไปเห็นเป็นขวัญตา แล้วที่นี่ก็ยังมีตลาดชุมชนอีกด้วยนะคะ ในบริเวณใกล้ๆชุมชนก็มีคาเฟ่ให้เราได้แวะด้วย ใครหนีเที่ยวมาอ.บ้านไร่ แล้วต้องแวะมาทักทายคุณปู่ต้นไม้กันหน่อยค่ะ

 ต้นไม้ยักษ์

ที่อยู่ : ตำบล บ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ อุทัยธานี 61140

หนองคาย 3 วัน 2 คืน | 13 จุดเช็คอิน

ปีนี้ (2565) เป็นปีที่เราตั้งใจว่าจะทำความรู้สึกอีสานมากขึ้น และทริปนี้หนองคาย 3 วัน 2 คืน กลายเป็นทริปอีสานที่ทำให้เรารู้ว่าอีสานเที่ยวสนุกมาก และหนองคายก็มีอะไรให้เราได้เที่ยวเยอะมาก

รีวิวนี้เราขอรวบรวมเอา 11 ชุดเช็คของการเที่ยวหนองคายของเรา เผื่อว่าใครที่กำลงจะหนีเที่ยวหนองคายอยากจะตามรอยเราไปเที่ยวหนีกัน

  1. จันทร์ผาโฮมสเตย์

สถานที่แรกที่เราอยากจะชวนทุกคนไปเช็คอินกันที่หนองคาย ที่นี่คือ จันทร์ผาโฮมสเตย์ ที่พักสไตล์แคมป์ริมน้ำโขงในอำเภอสังคม สำหรับห้องพักที่นี่มีห้องพักให้เราเลือกพักได้หลากหลายเลยค่ะ แต่ทริปนี้เราอยากแนะนำทุกคนให้ลองพัก ที่พักสไตล์รถบ้าน  Van Camper ภายในรถเราสามารถพักได้ 2 คน ไม่สามารถเสริมได้นะคะ ภายในรถมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนเราเข้าพักโรงแรมปกติทั่วไปเลยค่ะ แต่ห้องพักที่นี่จะใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวมกันนะคะ ใครมาพักที่นี่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะลำบาก เพราะว่านอกจากจะสบายมากแล้ว หน้าห้องพักของเราก็มองเห็นวิวแม่น้ำโขงที่สวยมากด้วย

ใครมาพักที่นี่มื้อเย็นเราแนะนำว่าต้องจัดหมูกระทะ หากทริปนี้ใครมากับเพื่อนแบบเรา สำหรับว่าเป็นอีกมื้อที่อร่อยและสนุกมากด้วยค่ะ ส่วนตอนเช้าที่พักจะมีอาหารเช้าแบบง่ายๆให้บริการด้วยนะคะ

หากใครกำลังจะหนีเที่ยวหนองคาย อยากจะไปลองเที่ยวอำเภอสังคมดูสักครั้ง เราแนะนำที่พักแนวแคมป์ริมน้ำโขง ที่นี่เลยค่ะ “จันทร์ผาโฮมสเตย์”

จันทร์ผาโฮมสเตย์

ที่อยู่ : 322 ตำบล บ้านม่วง อำเภอ สังคม หนองคาย 43160

Tel : 091 045 2493

FB : https://www.facebook.com/Chanphahomestay2561/

ทางไปจอง : https://reservation.roomscope.com/1731

2. ภูห้วยอีสัน

ภูห้วยอีสัน ตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นจุดพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกแบบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมทะเลหมอกที่ขึ้นชื่อของหนองคายออีกด้วย วิว ณ จุดชมวิวนี้สวยมากเลยค่ะ เพราะนอกจากเราจะได้เห็นภูเขาสลับซับซ้อน ยังได้เห็นวิวแม่น้ำโขงและประเทศเพื่อนบ้านของเราจากมุมสูงด้วยค่ะ

ใครมาพักที่อำเภอสังคมแล้ว เราอยากแนะนำให้ตื่นเช้ากันสักนิด แล้วมาเปิดประสบการณ์นั่งรถอีแต๊กของชาวบ้านขึ้นภูกันค่ะ เพราะการเดินทางไปชมทะเลหมอกที่ภูอีสันนั้น ไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวนำรถส่วนตัวขึ้นไปเองนะคะ และไม่อนุญาติให้พักค้างคืนบนภูด้วยค่ะ โดยวิธีการเดินทาง เราจะต้องมาขึ้นรถอีแต๊กที่จุดขึ้นรถของชาวบ้าน ณ วัดแก้วเสด็จชัยมงคล ด้านหน้าวัดมีป้ายเขียนว่า รถขึ้นจุดชมวิว ค่สบริการมีทั้งราคาแบบแชร์รถกับคนอื่น หรือราคาเหมาสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่เกิน 5 คน ราคาเหมา 400 บาท โดยระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ด้วยทางที่ชันและขรุขระ ต้องใช้ชาวบ้านที่ชำนาญทางเท่านั้นจริงๆค่ะ

ภูห้วยอีสัน

ที่อยู่ : ตำบล บ้านม่วง อำเภอ สังคม หนองคาย 43160

3.วัดถ้ำเขาคีรีบรรพต

ใครเป็นสายบุญ หรือสายญาณพญานาค หนีเที่ยวอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เราอยากจะชวนเข้าวัดไปทำบุญ และ เที่ยวชมเมืองทองแดงโบราณกันที่ วัดถ้ำเขาคีรีบรรพต ที่วัดแห่งนี้ตอนนี้กำลังสร้างวิหารอยู่ค่ะ พร้อมยังเป็นสถานที่ปลีกวิเวกวิปัสสนา ประดิษฐานพระพุทธรูป รวมถึงรูปเคารพต่างๆ ที่นี่ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่มีนามว่า องค์ดำแสนสิริจันทรา หนึ่งในนาคาธิบดี หากใครเป็นสายเที่ยวก็ไม่อยากให้พลาดเหมือนกันค่ะ เพราะวัดแห่งนี้อยู่ในทำเลที่เราสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำของได้สวยมากอีกมุมหนึ่งเลยค่ะ

วัดเขาคีรีบรรพต

ที่อยู่ : บ้าน ภูเขาทอง, ตำบล บ้านม่วง อำเภอ สังคม หนองคาย 43160

4. สกายวอล์ควัดผาตากเสื้อ

วัดผาตากเสื้อ ตั้งอยู่ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย วัดแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ที่นี่ยังเป็ยสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะด้วยทำเลของวัดที่อยู่บนยอดเขาสูง ทำให้วัดแห่งนี้มีวิวที่สวยงาม และที่นี่ยังมี Skywalk แห่งแรกในประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่วัดอย่างไม่ขาดสาย ใครมาเที่ยวอำเภอสังคมแล้ว อยากชมวิวมุมสูงสวยๆ และอยากมีรูปสวยๆไว้อวดชาวโซเชี่ยล เราแนะนำต้องมาเช็คอินที่นี่ให้ได้เลยค่ะ

วัดผาตากเสื้อ

ที่อยู่ :ตำบล ผาตั้ง อำเภอ สังคม หนองคาย 43160

5. วัดถ้ำดินเพียง

ถ้ำดินเพียง วัดถ้ำศรีมงคล  ตั้งอยู่ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ห่างจากสกายวอล์ควัดผาตากเสื้อ เพียง 5 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นวัดแล้ว ยังมีถ้ำขนาดใหญ่ที่เคยมีเณรหลงทางเข้าไป แล้วโพล่ออกมาอีกครั้งกลับกลายเป็นอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเรา สถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค ภายในถ้ำมีทางเดินแคบๆ มีน้ำอยู่ตลอดเวลา และที่นี่ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง ชาวบ้านเชื่อกันว่าถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำของพญานาค

ใครมาเที่ยวอำเภอสังคมแล้ว เป็นทั้งสายเที่ยวธรรมชาติ และ สายญาณพญานาค เราอยากแนะนำให้มาเช็คอินกันที่วัดถ้ำศรีมงคล หรือ ถ้ำดินเพียง ไม่เพียงที่จะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้แล้ว เราก็ยังได้เที่ยวถ้ำชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

วัดถ้ำศรีมงคล

ที่อยู่ : ตำบล ผาตั้ง อำเภอ สังคม หนองคาย 43160

เปิด : 9.00-17.00 น.

6. Silsopa Hostel

โฮลเทล ที่เหมือนเราได้ไปนอนอยู่ในบ้านศิลปินระดับโลก ที่นี่คือ ศิลป์โสภา (Silsopa Hostel) ตั้งอยู่ในตัวเมืองหนองคาย ใกล้กับตลาดท่าเสด็จ ที่พักแห่งนี้อยู่ในบ้านไม้เก่าสไตล์โคโรเนียลสีขาวอายุกว่า 50 ปีให้กลายมาเป็นแกลอรี่ที่รวบรวมงานศิลปะของศิลปินต่างๆ และเปิดเป็นที่พักให้เราสามารถเข้าพักได้ค่ะ

ทริปนี้เรามาพักกันทั้งหมด 3 คนค่ะ เลยเลือกห้องใหญ่หน่อยค่ะ โดยห้องนี้สามารถพักได้สูงสุดถึง 6 คน และห้องนี้มีห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องเลยด้วยค่ะ ภายในห้องเราสวยมากเลยค่ะ ห้องเรามี 2 ชั้น มีทั้งหมด 3 เตียง ใครมาเป็นกลุ่มเป็นแก๊งแบบเราพักห้องนี้สนุกเลยค่ะ

Silsapa Hostel

ที่อยู่ : 897/1 ในเมือง เมือง หนองคาย 43000

Tel : 082 375 4598

FB : https://www.facebook.com/Silsopa

7.ลานพญานาคคู่ 

ลานพญานาคคู่ แลนด์มาร์คของเมืองหนองคาย ตั้งอยู่หน้าวัดลำดวน ริมแม่น้ำโขง ซึ่งลานพญานาคแห่งนี้อยู่ติดกับตลาดท่าเสด็จ เป็นลานวัฒนธรรมที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ หากใครนอนตัวเมืองหนองคาย เราอยากแนะนำให้ไปเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ หรือจะมองหาหมูกระทะเป็นมื้อเย็นก็มีหลากหลายร้านให้เลือกเลยค่ะ

ลานพญานาคคู่

ที่อยู่ : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย หนองคาย 43000

8.พระธาตุกลางน้ำ

พระธาตุกลางน้ำ หรือ พระธาตุหล้าหนอง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระธาตุหนองคาย เดิมพระธาตุแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เมืองหนองคาย เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุโบราณ มีอายุมานานหลายร้อยปี เมื่อปี พ.ศ. 2390 ถูกกระแสน้ำกัดเซาะ จึงไปตั้งอยู่กลางลำน้ำโขง ห่างจากฝั่งไปประมาณ 200 เมตร แต่ในปัจจุบันตัวเจดีย์ไปอยู่กลางน้ำโขง โดยในช่วงเข้าพรรษาซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงถูกขึ้นจนท่วมกับพระธาตุจนมองไม่เห็นพระธาตุ หากใครที่จะไปไหว้พระธาตุกลางน้ำแห่งนี้เราแนะนำให้ไปหลังออกพรรษา เพราะจะตรงกับฤดูแล้งพอดี ทำให้เราสามารถมองเห็นพระธาตุโผล่พ้นน้ำได้

การไปกราบสักการะพระธาตุหล้าหนองนั้น เราสามารถใช้บริการเรือที่มีบริการอยู่ที่ริมน้ำโขงได้เลยค่ะ มีทั้งราคาแบบแชร์กับผู้อื่น หรือ เราจะเหมาลำเลย ราคาประมาณ 200 บาทเท่านั้นค่ะ

พระธาตุกลางน้ำ

ที่อยู่ : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

9.ABC.D cafe x grill

ABC.D ย่อมาจาก A Beautiful Cup and Day  คาเฟ่สีขาวหน้าตาน่ารักที่ซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านไม้สองชั้นสไตล์บ้านพักเมื่อราว 50 ปีก่อน คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุกลางน้ำ นอกจากภายในร้านจะตกแต่งด้วยสีขาวล้วนดูสบายตาแล้ว นอกร้านบรรยากาศก็น่ารัก เหมาะแก่การจิบเครื่องดื่มในวันที่อากาศดีมากๆเลยค่ะ

ใครเป็นสายคาเฟ่ สายเครื่องดื่ม และสายเช็คอิน เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดคาเฟ่แห่งนี้เลยนะคะ

ABC.D cafe x grill

ที่อยู่ :  298 Meechai Road Muang, หนองคาย 43000

เปิด : 9.00-19.00 น.

Tel : 099 461 6924

FB : https://www.facebook.com/abcdcafexgril/

10. แม่น้อย ขนมถ้วย

ใครมาเที่ยวหนองคาย หลังไปกราบสักการะพระธาตุกลางน้ำกันมาแล้ว อยากจะชวนทุกคนไปทานขนมถ้วยกันค่ะ ร้านนี้ชื่อว่า “แม่น้อยขนมถ้วย” เป็นร้านรถเข็นเล็กๆ ไม่มีโลเคชั่นใน google maps แต่ชี้เป้าว่าร้านอยู่ถนนเส้นเดียวกับคาเฟ่ ABC.D cafe x grill และอยากจะบอกว่าหากใครไปในช่วงบ่ายๆอาจจะไม่ได้ลองทานนะคะ เพราะขนมถ้วยร้านนี้ขายดีมาก ส่วนรถชาตินั้นอร่อยมากเลยค่ะ หวานน้อย และราคาน่ารักมากด้วย ใครหนีเที่ยวเมืองหนองคาย เราแนะนำเลยค่ะ

แม่น้อยขนมถ้วย

11.บ้านทวด (Baan Tuad) 

หนองคายเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีคาเฟ่สวยๆเยอะเลยค่ะ แต่ทริปนี้เราอยากแนะนำสายกาแฟให้ไปลองเช็คอินกันที่ บ้านทวด (Baan Tuad) คาเฟ่ที่อยู่ในตึกเก่าที่มองดูแล้วมีเสน่ห์ ดึงดูดให้สายคาเฟ่แบบเราเข้าไปเช็คอินมากค่ะ ตัวคาเฟ่ในตัวเมืองหนองคายใกล้กับตลาดท่าเสด็จ บรรยากาศภายในคาเฟ่เป็นไปอย่างสบายๆ ตัวร้านใหญ่ มีโซนให้เลือกนั่งเยอะเลยค่ะ และมุมที่เราชอบมากที่สุดก็เห็นจะเป็นแผนที่เที่ยวของจังหวัดหนองคาย ทำให้มนุษย์ชอบหนีเที่ยวแบบเรา อยากจะไปเช็คอินให้ครบเลยค่ะ และใครเป็นสายกาแฟ เป็นสายคาเฟ่ มาเที่ยวหนองคาย เราแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาดเลยค่ะ

บ้านทวด (Baan Tuad) 

ที่อยู่ : 026-480 Near Wat Sri Muang, Nai Mueang, อำเภอเมืองหนองคาย หนองคาย 43000

เปิด : จันทรร์ – ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 8.00-18.00 น.

Tel : 091 492 6969

FB : https://www.facebook.com/BannThuad/

12. กาแฟเวียด

หากใครหนีเที่ยวมาหนองคายแล้ว หนึ่งในร้านอาหารที่เราอยากแนะนำ ร้านนี้คือ “กาแฟเวียด” ร้านกาแฟและร้านอาหารสไตล์เวียดนาม เมนูเครื่องและอาหารที่นี่จะเป็นสไตล์เวียดนามทั้งหมด รสชาติอาหารอร่อยมาก สมกับเป็นร้านดังของหนองคายเลยค่ะ ใครหนีเที่ยวมาหนองคายแล้วแนะนำที่นี่เลยค่ะ

กาแฟเวียด

ที่อยู่ : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย หนองคาย 43000

เปิด : 8.00-18.00 น.

Tel : 085 824 2356

FB : https://www.facebook.com/CaPheVietShop/

13. พระธาตุบังพวน

ก่อนจะบอกลาหนองคายกัน เราอยากจะชวนมาสักการะ พระธาตุบังพวน พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ที่ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวหนองคาย ต้องมากราบสักการะองค์พระธาตุบังพวนอันศักดิ์สิทธิ์ และที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องกราบไหว้องค์พญานาคมุจลินท์ ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสายบุญ และสายญาณพญานาค หากใครได้มาหนองคายแล้วไม่ควรพลาดเลยค่ะ

วัดพระธาตุบังพวน

ที่อยู่ : ตำบล พระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย หนองคาย 43100

นครพนม 2 วัน 1 คืน | 12 จุดเช็คอิน

ถึงแม้จะเห็นว่าเราเที่ยวบ่อย แต่ต้องออกตัวเลยค่ะ ว่าแผ่นดินอีสานเป็นภาคที่เราหนีเที่ยวน้อยที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่ยังไม่มีโอกาสมากกว่า แต่เมื่อต้นปีเรามีความตั้งใจลึกๆกับตัวเองว่า เราจะหนีเที่ยวทำความรู้จักอีสานมากขึ้นให้ได้ และในที่สุดทริปอีสานที่เราอยากไปมานานก็ได้เริ่มต้นสักที

“นครพนม” จังหวัดที่เราปักหมุดไว้ในใจนานมาก เราอยากไปนครพนม เพราะอะไรเราไม่แน่ใจ แต่เราเคยรู้มาว่า นครพนมคือจังหวัดที่ชิลมากในภาคอีสาน มีใครบางคนบอกเราว่า หากได้ลองไปนครพนมแล้วเราจะหลงรัก

ทริปนี้เราเลยขอแนะนำ 12 จุดเช็คอินให้กับคนที่อยากหนีเที่ยวนครพนม แบบ 2 วัน 1 คืนแบบเรา

  1. พระธาตุพนม

เมื่อเดินทางมาถึงนครพนม สถานที่แรกที่อยากแนะนำให้ไปเช็คอินเพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเอง ก็คือ “พระธาตุพนม

พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีวอกและผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ โดยลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอมและ พระธาตุพนมถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนม ดังนั้นใครหนีเที่ยวมานครพนมครั้งแรกเราอยากจะแนะนำให้มาสักการะพระธาตุพนมก่อนเลยค่ะ

พระธาตุพนม

ที่อยู่ : 183 13 ถ. ชยางกูร ตำบล ธาตุพนม อำเภอ ธาตุพนม นครพนม 48110

เปิด : 6.00 – 20.00 น.

2. พระธาตุเรณู

มานครพนมทั้งที เราก็ถือโอกาสเดินทางไหว้พระเพื่อความสิริมงคลของตัวเองในช่วงปลายปีกันค่ะ และจุดเช็คอินต่อมาที่เราอยากจะชวนทุกคนมาก็คือ “พระธาตุเรณู”

พระธาตุเรณู ประดิษฐานที่ วัดพระธาตุเรณู เป็นอีกหนึ่งปูชนียสถานที่สำคัญ ที่นี่นับว่าเป็นพระธาตุคู่เมืองชาวเรณูนคร ที่จำลองมาจาก พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า และยังมีความเชื่อกันว่าพระธาตุเรณู เป็น พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันจันทร์

วัดพระธาตุเรณู

ที่อยู่ : ตำบล โพนทอง อำเภอ เรณูนคร นครพนม 48170

3. วัดธาตุน้อยศรีบุญเรือง 

วัดพระธาตุน้อยศรีบุญเรือง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราอยากแนะนำให้เราสายบุญ และ สายหนีเที่ยวแบบเราแวะไปสักการะกันค่ะ ที่นี่สันนิฐานว่า สร้างในยุคเดียวกับ “พระธาตุพนม” แต่ไทม์ไลน์น่าจะสร้างหลังจากพระธาตุพนม โดยภาพในวัดเราจะได้เห็นองค์พระธาตุเก่าที่ได้มีการพังลงมา

ใครที่มานครพนมแล้วมาไหว้พระ วัดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งวัดที่เราอยากแนะนำเลยค่ะ เพราะปัจจุบันมีการสร้างพระธาตุองค์จำลองขึ้นมา และมีการสร้างองค์พญานาคในลักษณะที่สวยงามมากค่ะ

วัดธาตุน้อยศรีบุญเรือง 

ที่อยู่ : บ้านศรีบุญเรือง ม.11 ตำบล พระกลางทุ่ง อำเภอ ธาตุพนม นครพนม 48110

4.วัดมรุกขนคร

วัดมรุกขนคร เราจัดอยู่ในอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำให้ทุกคนไปเช็คอินกันค่ะ เพราะว่า พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุบริวารของพระธาตุพนม รวมถึงยังเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 300 ปี ที่นี่เป็นองค์พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันพุธกลางคืนด้วยนะคะ และที่สำคัญใครที่เป็นสายพญานาค หรืออยากจะขอพรพญานาค วัดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เชื่อกันว่ามีพญานาคคุ้มครองอยู่ และเราสามารถขอพรจากท่านได้ค่ะ

วัดมรุกขนคร

ที่อยู่ : ถ. ชยางกูร ตำบล ดอนนางหงส์ อำเภอ ธาตุพนม นครพนม 48110

เปิด : 8.00 -18.00 น.

5. Chewa Khong Hotel

ที่พักสวยราคาน่ารักในนครพนม ที่พักแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในโซนใกล้กับลานพญานาค หรือลานศรีสัตตะนาคราชนะคะ ระยะเวลาเดินทางโดยการขับรถประมาณ 10 นาที แต่ข้อดีคือที่นี่เป็นที่พักที่วิวสวยมาก เราสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงได้แบบสบายตา ห้องที่นี่จะมีให้เลือกหลายไทป์ โดยจะมีทั้งที่เห็นวิวแม่น้ำโขง และ วิวเมือง ทริปนี้เราจองห้องวิวแม่น้ำโขงไม่ได้ทัน แต่ห้องเราก็สบายมากค่ะ ห้องกว้าง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคาที่พักรวมอาหารเช้าด้วยนะคะ และที่สำคัญวิวสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าสวยมากเลยนะคะ ใครหนีเที่ยวนครพนมเราแนะนำที่นี่เลยค่ะ

Chewa Khong Hotel

ที่อยู่ : 121/5 ถนนนครพนม-ท่าอุเทน ตำบล อาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

Tel : 098 935 1442

FB :https://www.facebook.com/profile.php?id=100067408162108

6. ลานพญาศรีสัตตนาคราช

ลานพญา หรือ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของ จ.นครพนม และที่นี่ก็กลายเป็นจุดที่จดจำของนครพนมก็ว่าได้ค่ะ พญาศรีสัตตนาคราช  ประดิษฐานบน ริมฝั่งแม่น้ำโขง บนลานศรีสัตตนาคราช  หน้าสำนักงาน ป่าไม้ ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม  เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน  ตามความเชื่อของพี่น้องไทยลาว และชาวอีสานที่เชื่อกันว่าพญานาคอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง คอยปกป้องพระพุทธศาสนา

หากใครที่เป็นสายมู หรือ สายญาณพญานาค ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่เราไม่อยากให้พลาด ส่วนใครที่เป็นสายชิล หรือ สายออกกำลังกาย ไม่ควรพลาดเหมือนกันค่ะ เพราะบริเวณลานพญานาค เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นั่งพักผ่อนริมแม่น้ำโขงและสามารถมองเห็นวิวประเทศเพื่อนบ้านเลยค่ะ แถมพื้นที่ในส่วนนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับออกกำลังกายที่มีการแบ่งสัดส่วนไว้ค่อนข้างดีเลยค่ะ

ใครมานครพนมเผื่อเวลามานั่งเล่นที่นี่กันนะ เรารับรองว่าคุณจะโดนนครพนมตกแบบไม่รู้ตัวแน่นอน

ลานพญาศรีสัตตนาคราช

ที่อยู่ : ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

เปิด : 24 ชม.

7. Chewa Cafe By SK Sroikham

คาเฟ่นครพนมที่มองเห็นวิวแม่น้ำโขงและประเทศเพื่อนบ้านได้ชัดที่สุด คาเฟ่แห่งนี้อยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมชีวาโขง จ.นครพนม คาเฟ่แห่งนี้บรรยากาศดีมากค่ะ มุมภายในร้านก็มีเยอะมากด้วย ใครเป็นสายถ่ายรูปเช็คอินต้องไม่พลาดเลยค่ะ ส่วนใครเป็นสายกาแฟ เครื่องดื่ม และขนม ที่นี่ก็มีเมนูอร่อยๆเยอะเลยค่ะ ใครมานครพนมห้ามพลาดเลยนะ

Chewa Cafe By SK Sroikham

Tel : 098 259 8609

เปิด : 7.00-20.00 น.

FB :https://www.facebook.com/Chewacafe.Sksroikham/

8. 76A The Space

คาเฟ่สุดเก๋ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง ตัวคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในบ้านอาคารเก่าสไตล์โคโรเนียลแบบฝรั่งเศสผสมผสานกับเวียดนามที่นำมาปรับปรุงใหม่ ให้อารมณ์แบบชิคๆคูลๆ ตัวคาเฟ่อยู่ใกล้แม่น้ำโขงแค่มีถนนคั่นกลาง ภายในร้านมีทั้งโซนอินดอร์ และ เอ้าท์ดอร์ มีโซนให้นั่งเยอะ มุมสวยๆ เก๋ๆสำหรับถ่ายรูปก็ปังมากค่ะ ใครหนีเที่ยวมานครพนมเราแนะนำที่นี่เลยค่ะ

76A The Space

ที่อยู่ : เลขที่ 11 ถนน ถนน ดิษฐ์วงวิถี หนองแสง อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

Tel : 093 548 9246

เปิด : 7.00-18.00 น.

FB :https://www.facebook.com/76ATheSpace/

9. EXIST CAFE

คาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่สีขาวที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บรรยากาศภายในคาเฟ่เป็นแบบสบายๆ เราสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงและประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะ เป็นวิวที่เหมาะกับการจิบกาแฟมากๆ ภายในร้านมีโซนที่นั่งให้เราเลือกเยอะเลยค่ะ และที่สำคัญมุมถ่ายรูปและแสงดีมาก สายคาเฟ่หนีเที่ยวมานครพนมแล้ว แนะนำว่าห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ กาแฟอร่อยมากด้วย

EXIST CAFE

ที่อยู่ : 57 ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลหนองแสง อำเภอเมือง, อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

Tel : 093 548 9246

เปิด : 9.30-18.30 น.

10. กาแฟรถตู้

อีกหนึ่งคาเฟ่บรรยากาศชิล เพราะเราจะได้นั่งอยู่ริมแม่น้ำโขงเลย ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นๆใครคาเฟ่สบายๆ หามุมนั่งเล่นชิลๆ เราแนะนำเลยค่ะ สั่งเครื่องดื่มที่ชอบแล้วมานั่งดื่มมองแม่น้ำโขงและวิวประเทศเพื่อนบ้านเรา สุขนี้ที่นครพนมเลยค่ะ

กาแฟรถตู้

ที่อยู่ : 694 ทางหลวงจังหวัด นครพนม-มุกดาหาร ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

เปิด : 6.00-20.00 น.

Tel : 084 346 9859

FB : https://www.facebook.com/profile.php?id=100057148972240

11. Cafe’ Le Landmark

ถ้าบอกว่ามานครพนมไม่มาลานศรีสัตตนาคราชเหมือนไม่ถึงนครพนม งั้นในสายคาเฟ่ถ้าไม่ได้เช็คอินคาเฟ่ Cafe’ Le Landmark ก็เหมือนพลาดอะไรสำคัญไปเช่นกันค่ะ เพราะคาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่ที่ถือว่าทำเลดีมาก อยู่ตรงข้ามกับองค์ศรีสัตตนาคราชองค์ใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์ดคของจังหวัดนครพนม ใครมองหาคาเฟ่นั่งสบายๆ ใกล้กับองค์ปู่ ถนนคนเดิน และแม่น้ำโขง ต้องที่นี่เลยค่ะ และนอกจากทำเลจะดีมากแล้ว เครื่องดื่ม ขนม และอาหารจานเดียวอร่อยมากเลยค่ะ

Cafe’ Le Landmark

ที่อยู่ : 2 1 ถนน นิตโย ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

เปิด : 9.00-21.00 น.

Tel : 091 006 8246

FB : https://www.facebook.com/cafelelandmark/

12. บ้านลุงโฮจิมินห์

“บ้านลุงโฮ” หนึ่งในสถานที่เช็คอินสำหรับสายชอบประวัติศาสตร์ หนีเที่ยวมานครพนมแล้วเราไม่อยากให้พลาด “บ้านลุงโฮ” ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติและสถานที่แห่งนี้ได้มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ที่ครั้งหนึ่งอดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายโฮจิมินห์ได้เคยเข้ามาอาศัยที่ประเทศไทย โดยข้าวของเครื่องใช้ที่โชว์อยู่ ณ ที่นี่ เป็นของใช้เพื่อครั้งลุงโฮมาอยู่ที่นี่เลยค่ะ

บ้านลุงโฮจิมินห์

ที่อยู่ : หมู่ที่ 5 48 ตำบล หนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000

เปิด : 8.00-18.00 น.

Tel : 042 503 527

Holiday Inn Pattaya | ที่พักสวยพัทยา

ปลายปีนี้เราอยากจะชวนทุกคนหนีเที่ยวไปทะเลกันค่ะ และอ่านไม่ผิดแน่นอนค่ะ เพราะว่าทะเลหน้าหนาวนี่สวยมากจริงๆนะคะ ทริปนี้เราปักหมุดการเดินทางอยู่ที่ Holiday Inn Pattaya

Holiday Inn Pattaya

Holiday Inn ที่พักแบรนด์ติดหูที่มีอยู่ทั่วโลก ทริปนี้เราชวนทุกคนมาพักกันที่ Holiday Inn Pattaya ที่นี่มีห้องพักทั้งหมดs 567 ห้อง โดยจะมีห้องดีลักซ์, ห้องเอ็กเซ็กคูทีฟ, ห้องโอเชี่ยน, ห้องสูพีเรีย, ห้องสวีท, ห้องโอเชี่ยนคิงสวีท และห้องสวีทพรีเมี่ยม ด้วยทำเลที่พักถือว่าดีมากเลยค่ะ เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวก ด้านหน้าที่พักก็มีหาด ให้เราไปนั่งเล่นดูพระอาทิตย์หรือใครจะเล่นน้ำทะเล ก็สามารถเล่นได้ที่โซนหน้าที่พักเลยค่ะ ภายในตัวโรงแรมก็มีพื้นที่ส่วนกลางให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สระว่ายน้ำส่วนกลาง คิดส์คลับ สปา ฟิตเนส หรือคาเฟ่ภายในโรงแรม ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่พักที่ไม่ว่าทริปนั้นเราจะมากับใครก็แฮปปี้แน่นอนค่ะ

ทริปนี้เราพักห้อง 1 King Premium Pattaya Beachview เป็นห้องที่สวยมากกก วิวระเบียงห้องเราสามารถดูพระอาทิตย์ได้เลยนะ และที่สำคัญห้องนี้มีวิวห้องน้ำที่ชวนกรี๊ดมาก

มาดูภายในห้องที่เราพักกันค่ะ ห้องนี้มีขนาด 45 ตร.ม.เข้ามาในห้องจะเจอโซนห้องนอน และ ห้องน้ำก่อนเลยค่ะ

เราขอพาไปดูห้องนอนกันก่อน เตียงขนาดคิงไซค์ที่หันไปยังวิวทะเล ซึ่งในวันที่อากาศดีๆเราจะมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกทะเลเลยนะ ภายในห้องยังมีมุมโซฟาสำหรับพักผ่อน และมุมทำงานอีกด้วยนะคะ

อีกหนึ่งโซนที่สวยมากสำหรับห้องนี้ก็คือ มุมระเบียง เป็นมุมที่เราจะได้เห็นทะเลพัทยาแบบเต็มๆเลยค่ะ

และโซนสุดท้ายที่เป็นจุดขายของห้องนี้คือ ห้องน้ำ เพราะห้องน้ำที่นี่วิวสวยมากกกกกกกก พื้นที่ภายในห้องน้ำกว้างมาก กระจกบานใหญ่พร้อมอ่างล้างหน้า 2 อ่าง ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันชัดเจน และมุมที่ปังที่สุดคือวิวอ่างสำหรับแช่ตัว มุมนี้เริ่ดมากกก

หลังจากเพลิดเพลินกับวิวสวยๆภายในห้องพักของเราแล้ว วันนี้อากาศที่พัทยาดีมากเลยค่ะ ฟ้าสวยมากจริงๆ เราเลยขอให้ทางโรแงรมช่วยเตรียมเซ็ทปิกนิกให้หน่อยค่ะ ใครที่มาพักที่นี่อยากจะไปนั่งเล่นชิลๆที่ริมทะเล ก็สามารถให้ทางโรงแรมจัดเซ็ทปิกนิกแบบเราได้นะคะ โดยภายในเซ็ทจะมีชุดอาหารทานเล่น เครื่องดื่ม พร้อมกับเสื่อ และดอกไม้สำหรับจัดเซ็ทสวยๆมาให้พร้อมเลยค่ะ

หาดหน้าที่พักจะสามารถเห็นพระอาทิตย์ตกได้เลยนะ บรรยากาศดีมากก

อย่างที่บอกว่าวันนี้อากาศดีมากค่ะ เราเลยขอไปนั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆที่บาร์บนดาดฟ้ากันหน่อย ใครมาพัทยา อยากหาที่พัก หรือบาร์นั่งชิลที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกชัดมาก หรือดูพลุ (ช่วงที่มีเทศกาล) เราแนะนำที่นี่เลย วิวดี คอนเฟิร์ม

และสำหรับใครที่อยากทานอาหารอร่อยๆ แต่ไม่อยากออกไปไหนไกล เราแนะนำร้านอาหารของโรงแรมเลยค่ะ ที่นี่ชื่อว่า Terrazzo Restaurant ห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์น ตัวห้องอาหารแห่งนี้จะอยู่ในโซนหน้าโรงแรมเลยค่ะ หากใครไม่ได้พักที่นี่ก็สามารถมาทานอาหารได้นะคะ ด้วยบรรยากาศสบายๆ อาหารอร่อย ทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสายเลยค่ะ

เราหลับไปกันแบบอิ่มๆ ตื่นเช้านี้ลงมาทานอาหารเช้ากันค่ะ อาหารเช้าของที่นี่จะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ มีอาหารให้เราเลือกทานเยอะเลยค่ะ และอร่อยมากด้วย

อิ่มจากอาหารเช้าแล้ว เราไปนั่งเล่นชิลๆที่สระว่ายน้ำกันค่ะ สระว่ายน้ำที่นี่สวยมากเลยค่ะ วิวดีมาก เราจะมองเห็นทะเล ในวันที่อากาศดีๆ มุมสระว่ายน้ำถือว่าดีมากเลยนะ

จากที่เล่าว่าโรงแรมเหมาะกับทุกคนในครอบครัว แน่นอนค่ะว่าไม่ใช่สระผู้ใหญ่ที่จะชิล สระเด็กและคิดส์คลับก็ใหญ่มากเลยค่ะ

สุดท้ายอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำสำหรับคนที่มาพักที่นี่ ก็คือได้นวดสปาค่ะ เราจองสปาเอาไว้ค่ะ เพราะอยากจะให้ทริปนี้เป็นทริปพักผ่อนที่ประทับใจที่สุดอีกทริปหนึ่ง

ใครชอบการนวด การทำสปา มาพักที่นี่แล้วไม่อยากให้พลาด เพราะฟินมากค่า

สำหรับปลายปีนี้ใครกำลังมองหาที่พักวิวสวย เดินทางสะดวก อาหารอร่อย บาร์ดีงาม สปาเริ่ด เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Holiday Inn Pattaya

Holiday Inn Pattaya

ที่อยู่ : 463/68, 463/99 Moo 9 Pattaya Sai 1 Road, Nongprue Banglamung, Pattaya Chonburi 20150 Thailand

Tel :  038 725 555

FB : https://www.facebook.com/HolidayInnPTY

Web : https://pattaya.holidayinn.com/

YAZAMA Homestay | ที่พักเชียงใหม่ใกล้ชิดธรรมชาติ

ลมหนาวมาแล้ว เราอยากจะชวนหนีเที่ยวขึ้นดอยไปนอนใกล้ชิดธรรมชาติกันค่ะ ทริปนี้จุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ YAZAMA Homestay

ทริปนี้เราเดินทางไปเชียงใหม่อีกครั้งค่ะ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่อำเภอแม่แตง ที่นี่คือหนึ่งโฮมสเตย์ยอดฮิตของเชียงใหม่เลยค่ะ

วิธีการเดินทาง เราสามารถขับรถตาม Google maps ได้เลยค่ะ ระยะทางจะมีคดเคี้ยวเยอะหน่อย ไปเรื่อยๆ ขับไม่ยากค่ะ และอีกอย่างที่สายโซเชี่ยลควรจะต้องรู้ไว้คือ ในโซนที่พักอาจจะไม่ได้มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกเครือข่ายนะ แต่ยังโชคดีที่ตัวที่พักเองจะมี WiFi ให้เราเชื่อมต่อได้ค่ะ พอให้เล่นได้ หายเหงาอยู่นะ

ทริปนี้เราจองมาเป็นบ้านหลังเล็ก โดยโฮมสเตย์หลังเล็กของที่นี่จะไม่มีอ่างสำหรับแช่ตัวนะคะ ส่วนตัวเราไม่ได้อยากแช่อ่างแค่อยากนั่งมองภูเขาแค่นั้นเอง

สำหรับบ้านหลังเล็กเราจองมาในราคา 1500 บาทรวมหมูกระทะ และ อาหารเช้า (ราคานี้เป็นราคาช่วงเดือน สิงหาคม – กันยายน ) ใครจะไปพักหน้าหนาวราคาบ้านหลังเล็กจะอยู่ที่ 2300 บาท รวมหมูกระทะ และ อาหารเช้านะคะ

มาดูภายในบ้านหลังเล็กของเรากันค่ะ ตัวบ้านขนาดกระทัดรัด ภายในมีที่นอน มีมุ้ง มุมนั่งพักผ่อนที่หันออกไปยังภูเขาลูกที่อยู่หน้าบ้านเราเลยค่ะ ภายในตัวบ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมากค่ะ และภายในบ้านจะมีห้องน้ำ มีน้ำอุ่น ใครไปช่วงหน้าหนาวสบายใจได้

ตอนเย็นจะมีหมูกระทะมาเสิร์ฟที่ระเบียงบ้านนะคะ เราชอบเตาปิ้งหมูกระทะที่นี่เป็นไฟฟ้า ไม่ต้องลุ้นเรื่องถ่านจะหมดมั้ย ไฟจะแรงเกินไปมั้ย 5555

ส่วนมุมหน้าบ้านเราถ้าในวันที่ฟ้าโปร่งๆ จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกและดาวเต็มฟ้าเลยค่ะ

ฟ้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นมากับความสดชื่น ออกมาก็ได้เจอหมอกน้อยๆหน้าที่พักเลยค่ะ

ตอนเช้าก็มีอาหารเช้ามาเสิร์ฟ อาหารเช้าที่นี่เป็นข้าวต้ม ขนม ผลไม้ และกาแฟ เป็นอาหารเช้าง่ายๆแต่ฟินสุดๆเลยค่ะ

ใครกำลังจะหนีเที่ยวเชียงใหม่ กำลังหาที่พักโฮมสเตย์ใกล้ชิดธรรมชาติ ราคาไม่แรง เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ “YAZAMA Homestay

YAZAMA Homestay

Address : ตำบล กื้ดช้าง อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ 50150

Tel :  082 890 6309

FB : https://www.facebook.com/yazamahomestay/

Grand Mercure Phuket Patong

ทริปนี้เราชวนทุกคนหนีเที่ยวภูเก็ตกันอีกครั้ง จุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ Grand Mercure Phuket Patong รีสอร์ตหรูที่ตั้งอยู่ในโซนป่าตอง ภูเก็ต

Grand Mercure Phuket Patong

รีสอร์ตหรู ระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ในโซนป่าตอง โดยที่นี่เป็นที่พักขนาดใหญ่ มีห้องพัก 249 ห้อง ตัวรีสอร์ตไม่อยู่ติดหาดนะคะ แต่อยู่ในระยะที่เราสามารถเดินเท้าได้ถึงค่ะ ทริปนี้เราไปช่วงที่ภูเก็ตฝนตกตลอดเวลาเลยค่ะ แต่โชคดีมากที่เราจองห้องพักเป็นห้องในรีสอร์ตแห่งนี้ เพราะว่าถึงแม้ฝนตกตกแค่ไหน ภายในรีสอร์ตก็มี facilities ต่างๆครบครันมากๆค่ะ ไม่เบื่อแน่นอน

ทริปนี้เราจองพักผ่าน Trip.com แอปพลิเคชั่นสำหรับสายหนีเที่ยวแบบเรา โดยเราสามารถจะจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือตั๋วเข้าสถานที่ต่างๆได้ครบครันเลย ใครเป็นสายหนีเที่ยวแบบเรา เราแนะนำโหลดแอปพลิเคชั่นนี้ติดโทรศัพท์ไว้เลย เพราะนอกจากราคาที่ดีมากแล้ว เขายังมีกิจกรรมที่ให้เราได้ร่วมสนุกพ้อยท์เก็บไว้สำหรับใช้เป็นส่วนลดได้ด้วยค่ะ

SUPERIOR ROOM คือห้องที่เราพักในทริปนี้ ภายในห้องกว้างพอสมควรเลยค่ะ เตียงขนาดคิงไซค์ที่อยู่กลางห้อง มีโซฟาสำหรับพักผ่อน ห้องน้ำแอบเซ็กซี่เล็กๆด้วยหน้าตากระจกใส แต่หากใครมากับเพื่อนแบบเราก็สามารถปิดม่านได้ค่ะ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องมีทุกอย่างครบครันเลยค่ะ

ส่วนของห้องน้ำ สีสดใสตามคอนเซ็ป Grand Mercure มีอ่างแช่ตัวด้วยนะคะ ส่วนอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันค่ะ ใครมาที่นี่อย่าลืมเอาฟองแช่ตัวมาด้วยนะคะ จะได้แช่น้ำอุ่นตีฟองแบบฟินๆกัน

พาไปชมภายในรีสอร์กันค่ะ สระว่ายกลางของที่นี่จะอยู่ตรงกลางของรีสอร์ตเลยนะคะ โดยห้องพักต่างก็จะล้อมรอบสระอยู่ จากห้องที่เราก็จะสามารถมองเห็นสระว่ายน้ำด้วยนะคะ

สระว่ายน้ำของที่นี่เป็นอีกหนึ่งโซนที่ชิลมาก เพราะว่าที่สระจะมีบาร์ด้วย ในวันที่อากาศดี เราสามารถจะนั่งดื่มชิลๆ แช่น้ำไปด้วย คงเป็นวันที่ฟินมากๆเลยค่ะ

สำหรับสายดริ๊งเราขอแนะนำอีกหนึ่งโซน นั่นคือบาร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับล็อบบี้เลยค่ะ บาร์จะมีโปรโมชั่นเครื่องดื่มช่วง Happy Hour ด้วยนะคะ ชั่วโมงแแห่งความสุขที่คุ้มค่าสำหรับสายดริ๊งมากเลยค่ะ

เช้าวันที่สองอากาศที่ภูเก็ตก็ยังไม่ดีขึ้น แต่เช้านี้สิ่งที่จะทำให้เราอารมณ์ดีก็น่าจะเป็​นอาหารเช้านี่ละค่ะ อาหารเช้าของที่นี่จะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ ไลน์อาหารมีให้เลือกมากกก ตั้งอาหารไทย อาหารภูเก็ต ติ่มซำ ก๋วยเตี๋ยว เบเกอรี่ที่นี่ถือว่าจัดเต็มมากเลยค่ะ ใครเป็นสายอาหารเช้าจะต้องปลื้มกับที่นี่มากเลยแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากไลน์อาหารจะเยอะมากแล้ว รสชาติก็อร่อยมากด้วย

ใครกำลังจะหนีเที่ยวภูเก็ต ยังไม่มีที่พักถูกใจ เราแนะนำที่นี่เลย Grand Mercure Phuket Patong ที่พักที่มีทุกอย่างครบในที่เดียว

Grand Mercure Phuket Patong

ที่อยู่ : 1 2 ซอย ราษฎร์อุทิศ 200 ปี 1 ภูเก็ต 83150

Tel :  076 231 999

FB : https://www.facebook.com/grandmercurephuketpatong

Web : https://grandmercurephuketpatong.com/

B House Samui | ที่พักสวยสมุย

ทริปนี้เราอยากชวนทุกคนหนีเที่ยวไปสมุยกันอีกครั้งค่ะ และทริปนี้จะพาไปเช็คอินที่พักแห่งหนึ่งที่อยู่ลิสต์ที่พักสมุยของเรามานาน เพราะว่าเราเคยไปพักที่พักแบรนด์เดียวกันในกรุงเทพมาแล้ว ประทับใจในความสวยงามของห้องพักมาก ดังนั้น B House Samui เลยกลายเป็นอีกหนึ่งที่พักที่เราอยากไปพักให้ได้

B House Samui

ที่พักบนเกาะสมุยที่ตั้งอยู่ในโซนหาดบางรัก ที่นี่เป็นที่พักขนาดไม่ใหญ่นัก ด้วยตัวทำเลของที่พักอยู่ใกล้สนามบิน และท่าเรือเฟอรี่สำหรับการเดินทางไปยังเกาะพงัน แต่สิ่งที่ดึงดูดให้เรามาพักที่นี่นั้นก็คือสไตล์การตกแต่งที่ผสมผสานการออกแบบสไตล์โคโลเนียลเข้ากับสไตล์เอเชียที่ทำให้ใครหลายคนอยากจะมาพักที่นี่สักครั้งเลยค่ะ

สารภาพตามตรงว่าเราอยากพักห้องที่มีมุมระเบียงกระจกเห็นทะเลของ B House Samui ทริปนี้เราเลยจองผ่านแอปเอเจนซี่ไปด้วยความมั่นใจว่า ห้องที่จองคือห้องที่เล็งมานานแน่ๆ จัดกระเป๋าหนีเที่ยวสมุยด้วยความเชิดๆ เพราะว่าชั้นจะได้ไปพักห้องที่อยากพักแล้วววว

แต่เมื่อมาเช็คอิน ฝันสลายยยยย ห้องที่เราจองมาคือห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องที่อยาก แม่ !!! ร้องห้ายยย ฝันสลาย แต่ใช่ว่าห้องที่เราพักในทริปนี้จะไม่สวย ตัวห้องสวยมากกก (แค่เราอยากพักห้องนั้นมากกว่าไงงง)

BEACH FRONT B

มาดูห้องที่เราพักกันค่ะ ซึ่งห้องที่เราพักชื่อว่า BEACH FRONT B (และแน่นอนว่าห้องที่อยากพักคือ BEACH FRONT A )

ห้องเรากว้างมากค่ะ เข้ามาเราจะเจอกับมุมของเตียงนอนขนาดคิงไซค์ก่อนเลย ถัดมาจะเป็นมุมนั่งเล่น มุมโซฟา และ หน้าต่างที่ทำให้เรามองเห็นวิวตอนที่นั่งอยู่บนโซฟา

ต่อมาเป็นโซนห้องน้ำที่กว้างมาก โดยจะแยกโซนแห้งกับโซนเปียกไว้อย่างชัดเจน และมีมุมห้องแต่งตัวเข้ามาด้วย ความเริ่ดๆของที่นี่คือมีอ่างแช่ตัวที่สามารถมองวิวทะเลได้ด้วย

และอีกโซนที่เราชอบมากสำหรับห้องนี้ก็คือ มุมระเบียง เป็นมุมที่เราสามารถมานั่งเล่น ชมวิวทะเล หรือจะถ่ายรูปมุมระเบียงชิคๆสวยๆได้เลยค่ะ

ที่พักแห่งนี้มี paddle board หรือ เรือคายัค ให้เราสามารถทำกิจกรรมได้ฟรีด้วยค่ะ

และนอกจากจะได้สามารถทำกิจกรรมสนุกๆที่หาดหน้าที่พักแล้ว อีกหนึ่งมุมที่เหมาะกับการพักผ่อนก็คือที่สระของที่พักนี่แหละค่ะ

หากใครที่กำลังจะหนีเที่ยวสมุย กำลังมองหาที่พักสวย มุมถ่ายรูปปัง อยู่ริมทะเล เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ B House Samui

B House Samui

ที่อยู่ : 58,1, สุราษฎร์ธานี 84320

Tel : 098 671 7576

FB : https://www.facebook.com/Bhouse.samui/

Web : https://www.bhousethailand.com/bhouse-samui/

ภูเก็ต 3 วัน 2 คืน 9 จุดเช็คอิน

ทริปนี้เราหนีเที่ยวไปภูเก็ตคนเดียวค่ะ เป็นทริปที่ตามใจตัวเองสุด อยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไรกิน อยากพักก็คือนอนนิ่งๆ มันเป็นความสุขของทริปหนีเที่ยวคนเดียว

ทริปนี้เราจะมาแนะนำ 9 ที่เช็คอินตามใจคนอยากหนีเที่ยวประมาณเรา

1.ขนมจีนสะพานหิน

ใครมาภูเก็ตหนึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำคือ ขนมจีน เพราะขนมจีนที่ภูเก็ตถือว่าขึ้นชื่อมาก โดยเฉพาะความอร่อยและความหลากหลายของน้ำยา ทริปนี้เราอยากแนะนำร้านขึ้นชื่อของภูเก็ต ร้านนี้ก็คือ “ขนมจีนสะพานหิน” ร้านขนมนี้บรรยากาศสบายๆ มีเมนูน้ำยาให้เลือกทานเยอะ แต่เมนูที่เราชอบสุดก็คือ ขนมจีนน้ำยาปู ที่มาพร้อมกับผักแกล้มที่เยอะมาก ทานขนมจีนเสร็จแล้วก็แนะนำว่าต้องล้างปากด้วยขนมหวานซะหน่อย รับรองว่าคุณต้องอิ่มท้อง อร่อยปากแน่นอน

ขนมจีนสะพานหิน

ที่อยู่ : 66, 2 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000

เปิด : 8.30 – 19.00 น.

โทร : 083 175 5571

FB : https://www.facebook.com/KanomChinSaphanHin/